June1,12
เมื่อพูดถึงการใช้บัตรเครดิตกับธนาคาร ที่อเมริกา การชำระเงินค่าบัตรเครดิตสามารทำได้ 3 ช่องทางคือ
1. ทางเมล์ส่งเช็ค ชำระยอดเงิน
2. ทางโทรศัพท์ ชำระยอดเงิน
3. ทางอินเตอร์เน็ท ชำระยอดเงิน ช่องทางนี้เป็นช่องทางเลือกใหม่เพื่อบริการสำหรับบุคคลที่คล่อง สะดวกและรวดเร็ว ประหยัดค่าสแตมป์
ปกติแล้วจะเป็นที่ชอบใช้ช่องทางการเมล์ส่งเช็คไปให้ เพราะคิดว่าสะดวกและเป็นหลักฐานที่เราเก็บได้ดีที่สุด แต่ข้อเสียคือ เราจะเปลืองค่าสแตมป์ที่ต้องส่งจดหมายไปให้ทาง Bank of America
บัตรวีซ่าของดา ถึง ดิวกำหนด ทุกวันที่ 22 ของเดือน
และเดือนนี้ ดาเขียนเช็ค ชำระยอดเงิน เมื่อวันที่ 20 และใส่ซอง พร้อมกับฝากแม็ทให้ไปส่งให้ด้วย
แม็ทบอกว่า ช้าไปแล้ว ให้ชำระเงิน Pay by Phone ก็ทำได้เดี๋ยวจัดการให้นะ
ว่าแล้วแม็ทก็โทรศัพท์ไปที่ศูนย์บัตรเครดิตของธนาคาร และขอชำระเต็มยอดเงิน 220.37$ ที่ใช้ไป
(ลืมไปนะคะ ที่อเมริกาสามารถแบ่งผ่อนชำระได้ด้วย ขึ้นอยู่กับผู้ใช้บัตรเครดิต สะดวกและชอบแบบไหน บางคนชอบแบ่งยอดเงินชำระ บอกว่าเครดิตจะดีขึ้น ทางธนาคารชอบให้ผู้ใช้บัตรแบ่งชำระแบบนี้มากกว่า เพราะธนาคารสามารถคิดเงินค่าดอกเบี้ยได้อีกทางหนึ่ง แต่กรณีดาชอบวิธีชำระเต็มยอดเงินที่ใช้มากกว่า เพราะมองว่า มีความสามารถหาเงินชำระค่าใช้บัตรเครดิตได้ และไม่เป็นหนี้ศูนย์ของธนาคาร และได้รับการยืนยันจากเพื่อนพี่สาวที่เป็นฝรั่งและเคยทำงานธนาคารบอกว่าดีกว่า ถ้าต้องการวงเงินบัตรเพิ่ม )
แม็ทบอกว่าสะดวกมากเลยละ และไม่ต้องเสียเงินค่าบริการด้วย ดาก็รับฟังแม็ทรายงานให้ฟัง
และเมื่อประมาณสองวันก่อน ได้รับจดหมายแจ้งหนี้ฉบับใหม่ของธนาคารมาอีกแล้ว ทำการเปิดอ่านดู
เจอค่าดอกเบี้ย4.55$ และค่าธรรมเนียม2.59$ อีกแล้ว รวมเป็นเงิน 7.14$
ถามว่าเยอะไหม ไม่หรอกคะ
แต่จำเป็นที่ต้องจ่ายไหม ก็ไม่อีก ถ้าชำระด้วยการส่งเมล์ด้วยเช็คไปก็จบ เรื่องนี้ก็คงจะไม่มี
แต่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเสียค่าดอกเบี้ยเลย ณ.วันนี้
ถามว่าที่ต้องเสียค่าดอกเบี้ย คิดมาจากตรงไหน ให้ดูที่ยอดเงินชำระ Pay by Phone ที่ยอดเงิน 220.37$ ของเดือนที่แล้ว ทางธนาคารต้องใช้เงินจาก Bank Cash Advance เหมือนกับเราได้กดเงินล่วงหน้าออกจากตู้ ATM แต่คราวนี้ เราทำการผ่านเจ้าหน้าที่ศูนย์ทางโทรศัพท์ ที่ยอดเงิน 220.37$ ดังนั้นทางเราต้องเสียดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการถอน กรณีนี้เป็นเรื่องที่ลูกค้าใช้บัตรเครดิตจะทราบกันดีอยู่แล้ว และยอมรับเงื่อนไขของธนาคาร
ขอสรุปว่า การชำระค่าบัตรเครดิต Pay by Phone นั้นต้องเสียค่าดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมเพิ่ม จะเสียเงินเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับยอดเงินที่ต้องการชำระกับธนาคาร ณ.วันนั้น
แต่ไม่เสียเงินค่าบริการตามที่แม็ทแจ้ง Pay by Phone
ถึงแม้ว่าคุณจะแจ้งชำระเงินโดยการสั่งจ่ายทางเช็คส่วนบุคคลที่มีชื่อคุณอยู่ (กรณีดาเป็นธนาคารเดียวกัน)
ชีวิตผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ผกผันจากคนที่ไม่เคยคิดจะต้องมาเริ่มต้น หรือค้นหาสิ่งใหม่ให้กับบั้นปลายชีวิตในต่างแดนประเทศสหรัฐอเมริกา ดินแดนที่แตกต่างทั้งวัฒนธรรม อาหารการกิน การอยู่ ดินแดนไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของเรา ต้องเสียสละทุกสิ่งที่เคยมี และต้องเริ่มเรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆจากศูนย์ ณ. เมือง Havertown Pennsylvania USA
Showing posts with label การเงินการธนาคาร. Show all posts
Showing posts with label การเงินการธนาคาร. Show all posts
Friday, June 1, 2012
Thursday, May 31, 2012
Annual Fee- Bank of America
May31,12
ดาเป็นลูกค้ารายหนึ่งที่ใช้บริการของธนาคาร Bank of America ที่เลือกใช้บริการเนื่องจากตอนเดินทางมาอยู่อเมริกาใหม่ๆ เป็นธนาคารเดียวที่สามารถเปิดบัญชีได้โดยที่ไม่ต้องใช้เลขของ SSN และตั้งใจจะใช้บริการที่เดียวเพียงพอแล้ว
เมื่อประมาณปลายเดือนที่แล้ว ได้รับจดหมายแจ้งหนี้การใช้บัตรเครดิตของธนาคาร Bank of America พอเห็นรายการสุดท้าย อารมย์ปริ๊ดขึ้นสมอง
โดนธนาคารคิดเงินค่าธรรมเนียมการใช้บัตร Visa -Annual Fee 39$ and tax total 40.85$ สมองปริ๊ดๆๆและโกรษจัดมาก
ไม่ใช่อะไรหรอกคะ เนื่องจากได้รับวงเงินเพียงแค่ 1000$ เอง ซึ่งไม่ได้มากอะไรในความรู้สึก ถ้าเปรียบเทียบเป็นเงินบาทก็แค่ 30000 บาทเอง
แต่ก็ต้องยอมรับว่ากว่าจะเปิดเครดิตกับธนาคารได้ ก็เลือดขึ้นหน้าเหมือนกัน ตอนขอวินาทีแรกให้วงเงินดาแค่ 300$ ดาตอบกับเจ้าหน้าที่ว่า ไม่พอใช้ เจ้าหน้าที่ก็เพิ่มให้อีกเป็น 500$ ดาก็ตอบกลับทันทีว่าไม่พอใช้เหมือนกัน ให้คุณดูจากบัตรเครดิตเก่าเราที่ไทย อ้างเป็นหลักฐานและประวัติได้ทั่วโลก
ดาก็แข็งมากเหมือนกันนะวันนั้น เจ้าหน้าที่ก็ถามอีกว่า ดาต้องการเท่าใด
ดาก็ตอบแบบว่าต้องการ 3000$
เจ้าหน้าที่ก็ตอบแบบว่า ต้องเสียใจด้วยนะครับ ผมสามารถอนุมัติให้คุณได้แค่ 1000$ ก่อนนะครับเต็มที่ที่ผมจะอนุมัติให้คุณได้ในวันนี้ เนื่องจากคุณเพิ่งเดินทางมาอยู่อเมริกา และยังไม่มีรายได้อะไรเลย รอให้คุณมีรายได้ก่อน และค่อยปรับวงเงินให้นะครับ
เจอข้อแม้นี้ ดาต้องยอมรับว่าเครดิตเรายังไม่มี เลยต้องยอมรับเงื่อนไขวันแรกมา กับวงเงิน 1000$ แถมด้วยธนาคารเก็บเงินสดไว้กับธนาคาร เพื่อเป็นหลักประกัน 1000$ ดาก็อารมย์ปริ๊ดอีก ทำไมต้องยึดเงินฉันด้วย
เจ้าหน้าที่ แค่ระยะสั้นนะครับ ทางธนาคารจะดูว่าทางคุณมีความสามารถชำระเงินคืนกับธนาคารได้ไหม และจะโอนเงินให้ทันที ที่พิจารณาผ่านครับ
ฟังดูแล้วรื่นหูตัวเองหน่อย เพราะมั่นใจกับระบบบริหารการใช้บัตรตัวเองได้ดี
สรุปก็ได้ บัตรวีซ่าการ์ดมาได้ พร้อมวงเงินแค่พันเดียว
เวลาผ่านไปก็เกือบปีแล้ว เพิ่งจะได้รับเงินประกันคืนมาให้ เป็นเช็คธนาคาร สั่งจ่าย มาในนามดาเลย วงเงิน 1000$
เวลาก็ผ่านไปจนมาเดือนที่แล้ว เจอบิลวางค่าธรรมเนียม อารมย์ปริ๊ดกำเริบอีกแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว โทรไปขอยกเลิกบัตรเครดิตวีซ่าเลยละ เจ้าหน้าที่ถามว่าจะเลิกทำไม ไอไม่พอใจการให้บริการของธนาคารยูและเก็บค่าธรรมเนียมไอแพงเกินไป เจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่า จะให้เงิน Money Award 30$ คืนให้ เนื่องจากประวัติยูดีมาก
แหม ไม่ดีได้งัยละ เวลาไม่มีบิลส่งมา ดายังส่งเงินไปให้ ล่วงหน้าเป็นเดือนๆ เพราะเรารู้ยอดเงินใช้แต่ละเดือนเท่าใด ก็ส่งไปให้ทันที
ใช้ต่อเถอะ เดี๋ยวไอจะให้เงินคืนมา ดาไม่ยอมและไม่อยากจะใช้แล้ว
นั้นเปลี่ยนประเภทไหมคะ ทางธนาคารเรามีอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เดี๋ยวทางเราจะส่งรายละเอียดไปให้ทางอีเมล์นะคะ
ดาโกรษจัดมาก ไม่อยากจะใช้จริงๆนะ และก็ส่งสายให้แม็ทคุยต่อ เพราะดาไม่ต้องการจะพูดอะไรแล้ว
สรุปแล้ววันนั้น จนมาถึงวันนี้ ก็ยังไม่ได้ยกเลิกให้ เพราะแม็ทบอกว่า "ดาจะใช้ต่อกับเจ้าที่ธนาคารไป"
แม็ทบอกว่า คุ้มนะ ได้ Money award 30$ และเสียค่าธรรมเนียมแค่ 10$ เอง
และดาก็ไม่เคยหยิบ Visa card มาใช้อีกเลยตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ ไปไหนจ่ายสดอย่างเดียว สบายดี
และยังโมโหไม่หาย มีประเภทที่ไม่ต้องเสียเงินค่าธรรมเนียม และทำไมเจ้าหน้าที่ธนาคารที่เปิดบัญชีวันแรก ไม่แนะนำให้ใช้นะ หน้าตาก็หล่อ ยิ้มแย้มดี ตัวเองก็ไม่เข้าใจระบบธนาคารที่นี่มากเท่าใด มาใหม่ความรู้น้อย
ก่อนอื่น ต้องบอกว่า ความไม่รู้อะไรเลย เป็นบ่อเกิดของความโง่เขลา ฉะนั้น จะทำนิติกรรมใดๆ โปรดศึกษาข้อมูลให้มาก และ จะได้ไม่พลาดแบบเช่นนี้
ดาเป็นลูกค้ารายหนึ่งที่ใช้บริการของธนาคาร Bank of America ที่เลือกใช้บริการเนื่องจากตอนเดินทางมาอยู่อเมริกาใหม่ๆ เป็นธนาคารเดียวที่สามารถเปิดบัญชีได้โดยที่ไม่ต้องใช้เลขของ SSN และตั้งใจจะใช้บริการที่เดียวเพียงพอแล้ว
เมื่อประมาณปลายเดือนที่แล้ว ได้รับจดหมายแจ้งหนี้การใช้บัตรเครดิตของธนาคาร Bank of America พอเห็นรายการสุดท้าย อารมย์ปริ๊ดขึ้นสมอง
โดนธนาคารคิดเงินค่าธรรมเนียมการใช้บัตร Visa -Annual Fee 39$ and tax total 40.85$ สมองปริ๊ดๆๆและโกรษจัดมาก
ไม่ใช่อะไรหรอกคะ เนื่องจากได้รับวงเงินเพียงแค่ 1000$ เอง ซึ่งไม่ได้มากอะไรในความรู้สึก ถ้าเปรียบเทียบเป็นเงินบาทก็แค่ 30000 บาทเอง
แต่ก็ต้องยอมรับว่ากว่าจะเปิดเครดิตกับธนาคารได้ ก็เลือดขึ้นหน้าเหมือนกัน ตอนขอวินาทีแรกให้วงเงินดาแค่ 300$ ดาตอบกับเจ้าหน้าที่ว่า ไม่พอใช้ เจ้าหน้าที่ก็เพิ่มให้อีกเป็น 500$ ดาก็ตอบกลับทันทีว่าไม่พอใช้เหมือนกัน ให้คุณดูจากบัตรเครดิตเก่าเราที่ไทย อ้างเป็นหลักฐานและประวัติได้ทั่วโลก
ดาก็แข็งมากเหมือนกันนะวันนั้น เจ้าหน้าที่ก็ถามอีกว่า ดาต้องการเท่าใด
ดาก็ตอบแบบว่าต้องการ 3000$
เจ้าหน้าที่ก็ตอบแบบว่า ต้องเสียใจด้วยนะครับ ผมสามารถอนุมัติให้คุณได้แค่ 1000$ ก่อนนะครับเต็มที่ที่ผมจะอนุมัติให้คุณได้ในวันนี้ เนื่องจากคุณเพิ่งเดินทางมาอยู่อเมริกา และยังไม่มีรายได้อะไรเลย รอให้คุณมีรายได้ก่อน และค่อยปรับวงเงินให้นะครับ
เจอข้อแม้นี้ ดาต้องยอมรับว่าเครดิตเรายังไม่มี เลยต้องยอมรับเงื่อนไขวันแรกมา กับวงเงิน 1000$ แถมด้วยธนาคารเก็บเงินสดไว้กับธนาคาร เพื่อเป็นหลักประกัน 1000$ ดาก็อารมย์ปริ๊ดอีก ทำไมต้องยึดเงินฉันด้วย
เจ้าหน้าที่ แค่ระยะสั้นนะครับ ทางธนาคารจะดูว่าทางคุณมีความสามารถชำระเงินคืนกับธนาคารได้ไหม และจะโอนเงินให้ทันที ที่พิจารณาผ่านครับ
ฟังดูแล้วรื่นหูตัวเองหน่อย เพราะมั่นใจกับระบบบริหารการใช้บัตรตัวเองได้ดี
สรุปก็ได้ บัตรวีซ่าการ์ดมาได้ พร้อมวงเงินแค่พันเดียว
เวลาผ่านไปก็เกือบปีแล้ว เพิ่งจะได้รับเงินประกันคืนมาให้ เป็นเช็คธนาคาร สั่งจ่าย มาในนามดาเลย วงเงิน 1000$
เวลาก็ผ่านไปจนมาเดือนที่แล้ว เจอบิลวางค่าธรรมเนียม อารมย์ปริ๊ดกำเริบอีกแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว โทรไปขอยกเลิกบัตรเครดิตวีซ่าเลยละ เจ้าหน้าที่ถามว่าจะเลิกทำไม ไอไม่พอใจการให้บริการของธนาคารยูและเก็บค่าธรรมเนียมไอแพงเกินไป เจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่า จะให้เงิน Money Award 30$ คืนให้ เนื่องจากประวัติยูดีมาก
แหม ไม่ดีได้งัยละ เวลาไม่มีบิลส่งมา ดายังส่งเงินไปให้ ล่วงหน้าเป็นเดือนๆ เพราะเรารู้ยอดเงินใช้แต่ละเดือนเท่าใด ก็ส่งไปให้ทันที
ใช้ต่อเถอะ เดี๋ยวไอจะให้เงินคืนมา ดาไม่ยอมและไม่อยากจะใช้แล้ว
นั้นเปลี่ยนประเภทไหมคะ ทางธนาคารเรามีอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เดี๋ยวทางเราจะส่งรายละเอียดไปให้ทางอีเมล์นะคะ
ดาโกรษจัดมาก ไม่อยากจะใช้จริงๆนะ และก็ส่งสายให้แม็ทคุยต่อ เพราะดาไม่ต้องการจะพูดอะไรแล้ว
สรุปแล้ววันนั้น จนมาถึงวันนี้ ก็ยังไม่ได้ยกเลิกให้ เพราะแม็ทบอกว่า "ดาจะใช้ต่อกับเจ้าที่ธนาคารไป"
แม็ทบอกว่า คุ้มนะ ได้ Money award 30$ และเสียค่าธรรมเนียมแค่ 10$ เอง
และดาก็ไม่เคยหยิบ Visa card มาใช้อีกเลยตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ ไปไหนจ่ายสดอย่างเดียว สบายดี
และยังโมโหไม่หาย มีประเภทที่ไม่ต้องเสียเงินค่าธรรมเนียม และทำไมเจ้าหน้าที่ธนาคารที่เปิดบัญชีวันแรก ไม่แนะนำให้ใช้นะ หน้าตาก็หล่อ ยิ้มแย้มดี ตัวเองก็ไม่เข้าใจระบบธนาคารที่นี่มากเท่าใด มาใหม่ความรู้น้อย
ก่อนอื่น ต้องบอกว่า ความไม่รู้อะไรเลย เป็นบ่อเกิดของความโง่เขลา ฉะนั้น จะทำนิติกรรมใดๆ โปรดศึกษาข้อมูลให้มาก และ จะได้ไม่พลาดแบบเช่นนี้
Money Gram
May30,12
Money Gram เป็นการโอนเงินระหว่างประเทศอีกช่องทางเลือกหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะการใช้และให้บริการของ Western Uion ที่เหมือนกัน
ประวัติที่มาของ Money Gram มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองดัลลัส ในรัฐเท็กซัส มีศูนย์ MoneyGram มากกว่า 256,000 แห่งใน 192 ประเทศทั่วโลก การโอนเงินประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องมีเงินในบัญชีกับธนาคาร หรือมีบัตรเครดิตกับธนาคารใดในอเมริกา และเหมาะกับการโอนเงินจำนวนไม่มากและไม่ถึง 10,000 ดอลล่าร์สหรัฐ
ข้อดี ผู้รับเงินปลายทางสามารถได้รับเงินแบบเร่งด่วนภายในเวลาไม่เกิน 10 นาที
สถานที่ ที่รับโอนเงินระหว่างประเทศ (International Money Transfer) Money gram
ที่สามารถหาพบได้ที่ Walmart ในปัจจุบันนี้ แต่มีที่อื่นหรือไม่ยังไม่ทราบ ส่วนตัวใช้บริการที่ Walmart ติดต่อที่แผนก Custom Service
ขั้นตอนการโอน
1. รับแบบฟอร์มสีแดง มากรอกรายละเอียด
1.1 มีช่องของผู้รับปลายทาง ให้ระบุ ชื่อ นามสกุล และเบอร์โทรของผู้รับ
1.2. ยอดเงินที่ต้องการจะส่ง พร้อมข้อความฟรี ไม่เกิน 10 คำ
1.3 Recive Option ระบุประเภทว่าต้องการรับแบบไหน จะเป็นแบบภายใน 10 นาที หรือ 24 ชม.
1.4 ช่องผู้ส่ง กรอกชื่อ นามสกุล ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์
1.5 เซ็นต์ชื่อ และระบุวันที่
2. รอคิว เพื่อรอรับบริการ
3. ติดต่อเจ้าหน้าที่ ชะรำเงินค่าธรรมเนียมการโอน
4. รอรับใบเสร็จ และรหัสการโอนเงิน (ตรวจสอบรายชื่อ สกุล ผู้รับให้ถูกต้องก่อนออกจากเคาน์เตอร์)
ค่าธรรมเนียมการโอน จากอเมริกา-ไทย ( แบบภายใน 10 นาที)
เงินโอน 300$ ค่าธรรมเนียม 9.90$
เงินโอน 500$ ค่าธรรมเนียม 9.90$
เงินโอน 600$ ค่าธรรมเนียม 15.50$
( เพิ่มเติม ถ้าโอนเข้า Mexico start 4.75$)
ขั้นตอนการรับเงินที่ไทย คือ
ติดต่อรับเงินได้ที่ธนาคาร 3 ธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการ คือ
1. ธนาคารไทยพาณิชย์ ศึกษาเพิ่มเติมจาก http://www.moneygram.com/MGI/TH/TH/Market/Market.htm?CC=TH&LC=TH
2. ธนาคารทหารไทย http://www.tmbbank.com/personal/foreign-exchange/international-remittance/moneygram-transfer.php
3. ธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย http://www.cimbniaga.com/index.php?ch=cn_p_db&pg=cn_p_db_rem&ac=1&tpt=niaga
การค้นหาตัวแทนเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ https://www.moneygram.com/wps/portal/moneygramonline/home/findlocation?countryCode=TH&languageCode=th
ผู้รับเงินปลายทาง ประเทศไทย
กรอกแบบฟอร์มของธนาคารที่ต้องการใช้บริการ พร้อมทั้งนำหลักฐานแสดงตัวตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชนถ้าอยู่ในประเทศไทย หากพำนักอยู่ในต่างประเทศให้แสดงหลักฐานคือหนังสือเดินทาง พร้อมกับระบุ Reference Order No. ด้วย
เงินที่ได้รับจะเป็นเงินบาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ต่อวันที่โอนที่เงินต้นทาง) หรือสามารถดูที่ใบเสร็จจาก Walmart จะแสดงยอดเงินที่คำนวนเป็นเงินบาทที่ได้รับปลายทาง
มาเพิ่มเติม:-
สถานที่ให้บริการโอนเงิน Money Gram สามารถทำได้ ที่ ACME เพิ่มอีกแห่งที่นอกเหนือจาก Walmart
Money Gram เป็นการโอนเงินระหว่างประเทศอีกช่องทางเลือกหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะการใช้และให้บริการของ Western Uion ที่เหมือนกัน
ประวัติที่มาของ Money Gram มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองดัลลัส ในรัฐเท็กซัส มีศูนย์ MoneyGram มากกว่า 256,000 แห่งใน 192 ประเทศทั่วโลก การโอนเงินประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องมีเงินในบัญชีกับธนาคาร หรือมีบัตรเครดิตกับธนาคารใดในอเมริกา และเหมาะกับการโอนเงินจำนวนไม่มากและไม่ถึง 10,000 ดอลล่าร์สหรัฐ
ข้อดี ผู้รับเงินปลายทางสามารถได้รับเงินแบบเร่งด่วนภายในเวลาไม่เกิน 10 นาที
สถานที่ ที่รับโอนเงินระหว่างประเทศ (International Money Transfer) Money gram
ที่สามารถหาพบได้ที่ Walmart ในปัจจุบันนี้ แต่มีที่อื่นหรือไม่ยังไม่ทราบ ส่วนตัวใช้บริการที่ Walmart ติดต่อที่แผนก Custom Service
ขั้นตอนการโอน
1. รับแบบฟอร์มสีแดง มากรอกรายละเอียด
1.1 มีช่องของผู้รับปลายทาง ให้ระบุ ชื่อ นามสกุล และเบอร์โทรของผู้รับ
1.2. ยอดเงินที่ต้องการจะส่ง พร้อมข้อความฟรี ไม่เกิน 10 คำ
1.3 Recive Option ระบุประเภทว่าต้องการรับแบบไหน จะเป็นแบบภายใน 10 นาที หรือ 24 ชม.
1.4 ช่องผู้ส่ง กรอกชื่อ นามสกุล ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์
1.5 เซ็นต์ชื่อ และระบุวันที่
2. รอคิว เพื่อรอรับบริการ
3. ติดต่อเจ้าหน้าที่ ชะรำเงินค่าธรรมเนียมการโอน
4. รอรับใบเสร็จ และรหัสการโอนเงิน (ตรวจสอบรายชื่อ สกุล ผู้รับให้ถูกต้องก่อนออกจากเคาน์เตอร์)
ค่าธรรมเนียมการโอน จากอเมริกา-ไทย ( แบบภายใน 10 นาที)
เงินโอน 300$ ค่าธรรมเนียม 9.90$
เงินโอน 500$ ค่าธรรมเนียม 9.90$
เงินโอน 600$ ค่าธรรมเนียม 15.50$
( เพิ่มเติม ถ้าโอนเข้า Mexico start 4.75$)
ขั้นตอนการรับเงินที่ไทย คือ
ติดต่อรับเงินได้ที่ธนาคาร 3 ธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการ คือ
1. ธนาคารไทยพาณิชย์ ศึกษาเพิ่มเติมจาก http://www.moneygram.com/MGI/TH/TH/Market/Market.htm?CC=TH&LC=TH
2. ธนาคารทหารไทย http://www.tmbbank.com/personal/foreign-exchange/international-remittance/moneygram-transfer.php
3. ธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย http://www.cimbniaga.com/index.php?ch=cn_p_db&pg=cn_p_db_rem&ac=1&tpt=niaga
การค้นหาตัวแทนเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ https://www.moneygram.com/wps/portal/moneygramonline/home/findlocation?countryCode=TH&languageCode=th
ผู้รับเงินปลายทาง ประเทศไทย
กรอกแบบฟอร์มของธนาคารที่ต้องการใช้บริการ พร้อมทั้งนำหลักฐานแสดงตัวตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชนถ้าอยู่ในประเทศไทย หากพำนักอยู่ในต่างประเทศให้แสดงหลักฐานคือหนังสือเดินทาง พร้อมกับระบุ Reference Order No. ด้วย
เงินที่ได้รับจะเป็นเงินบาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ต่อวันที่โอนที่เงินต้นทาง) หรือสามารถดูที่ใบเสร็จจาก Walmart จะแสดงยอดเงินที่คำนวนเป็นเงินบาทที่ได้รับปลายทาง
มาเพิ่มเติม:-
สถานที่ให้บริการโอนเงิน Money Gram สามารถทำได้ ที่ ACME เพิ่มอีกแห่งที่นอกเหนือจาก Walmart
Wednesday, May 2, 2012
Western Union
Western Union
การโอนเงินระหว่างประเทศจากอเมริกา ไปสู่ประเทศไทย ดาต้องเดินหาที่โอนเงินที่มีป้ายติด Western Union บังเอิญวันก่อนเดินไปเห็นป้ายในร้าน SuperFresh ซึ่งเป็นเคาน์เตอร์เล็กๆที่อยู่ในร้าน
ขั้นตอนแรก แจ้งเจ้ าหน้าที่ว่าจะทำการโอนเงิน ไปประเทศไทย
กรอกแบบฟร์อม MoneyTransfer
ชื่อผู้ส่ง ที่อยู่ เบอร์โทร ยอดเงินโอน ระบุประเทศปลายทาง
ชื่อผู้รับ (ตรวจสอบความถูกต้องชื่อผู้รับ ก่อนเดินออกจากเคาน์เตอร์)
ชำระเงินค่าโอน และค่าธรรมเนียม
ยอดเงินโอน ค่าธรรมเนียม
100$ 15$
200$ 22$
300$ 29$
500$ 43$
1000$ 68$ (กรณีนี้ต้องมีใบ ID ด้วย)
เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้ว เราจะได้รับโค๊ต...MTCN : XXX-XXX-XXXX
และใบเสร็จ
จากนั้นเราก็แจ้งรหัสโค๊ตให้ผู้รับปลายทาง สามารถไปรับเงินปลายทางได้ทันทีหลังที่โอนเงิน
เสร็จในประเทศอเมริกา
ผู้รับสามารถติดต่อได้ที่เคาน์เตอร์ Western Union ในห้างสรรพสินค้า ของ Central หรือ ธนาคารกรุงเทพ หรือธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้รับปลายทางเป็นเงินบาท เรทเงินจะได้รับในราคาดอลล่าห์ต่อบาทของวันที่โอนเงิน และอย่าลืมให้ผู้รับนำบัตรประชาชนตัวจริงไปด้วย
ตรวจสอบชื่อสกุลของผู้รับสะกดผิด และแจ้งเจ้าหน้าที่เปลี่ยนในคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว แต่ใบเสร็จไม่ได้ปริ้นแก้ไขใหม่ให้
การโอนเงินระหว่างประเทศจากอเมริกา ไปสู่ประเทศไทย ดาต้องเดินหาที่โอนเงินที่มีป้ายติด Western Union บังเอิญวันก่อนเดินไปเห็นป้ายในร้าน SuperFresh ซึ่งเป็นเคาน์เตอร์เล็กๆที่อยู่ในร้าน
ขั้นตอนแรก แจ้งเจ้ าหน้าที่ว่าจะทำการโอนเงิน ไปประเทศไทย
กรอกแบบฟร์อม MoneyTransfer
ชื่อผู้ส่ง ที่อยู่ เบอร์โทร ยอดเงินโอน ระบุประเทศปลายทาง
ชื่อผู้รับ (ตรวจสอบความถูกต้องชื่อผู้รับ ก่อนเดินออกจากเคาน์เตอร์)
ชำระเงินค่าโอน และค่าธรรมเนียม
ยอดเงินโอน ค่าธรรมเนียม
100$ 15$
200$ 22$
300$ 29$
500$ 43$
1000$ 68$ (กรณีนี้ต้องมีใบ ID ด้วย)
เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้ว เราจะได้รับโค๊ต...MTCN : XXX-XXX-XXXX
และใบเสร็จ
จากนั้นเราก็แจ้งรหัสโค๊ตให้ผู้รับปลายทาง สามารถไปรับเงินปลายทางได้ทันทีหลังที่โอนเงิน
เสร็จในประเทศอเมริกา
ผู้รับสามารถติดต่อได้ที่เคาน์เตอร์ Western Union ในห้างสรรพสินค้า ของ Central หรือ ธนาคารกรุงเทพ หรือธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้รับปลายทางเป็นเงินบาท เรทเงินจะได้รับในราคาดอลล่าห์ต่อบาทของวันที่โอนเงิน และอย่าลืมให้ผู้รับนำบัตรประชาชนตัวจริงไปด้วย
ตรวจสอบชื่อสกุลของผู้รับสะกดผิด และแจ้งเจ้าหน้าที่เปลี่ยนในคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว แต่ใบเสร็จไม่ได้ปริ้นแก้ไขใหม่ให้
Wednesday, April 4, 2012
Boscov's Card
Apr 4,12
เมื่อหลายวัน ได้ไปเที่ยวช็อบปิ้งกับมัมมี่ และพี่สาวเดบบี้ที่ Boscov's ซึ่งเป็นห้างเล็กๆ ที่ขายทั้งเฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า และอุปกรณ์สวย บรรยากาศเหมือนกับห้างเดอะมอลล์ บ้านเราได้มั้ง เป็นดูจะดีกว่ากันนิดหนึ่ง ที่เป็นต่างประเทศ มัมมี่ก็แนะนำให้สมัคร Boscov's incharge ฟังดูแรกๆก็งงเหมือนกันมันคืออะไร ไม่เข้าใจ มารู้เรื่องก็คือการ์ดเครดิตของห้างประเภทหนึ่ง เหมือนบ้านเราสมัครใช้ เซ็นทรัลการ์ด หรือ โลตัสการ์ด แต่ไม่สามารถไปใช้ที่อื่นได้ นอกจากซื้อของในห้างเท่านั้น
ขั้นตอนการสมัคร
ก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย บอกความจำนงค์ต้องการสมัครการ์ด พนักงานก็ให้เรากรอกแบบฟอร์ม กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวทั่วไป และเจ้าหน้าที่จะขอบัตรประกอบ เช่น บัตรใบขับขี่
แต่กรณีดายังไม่ได้รับ เลยบอกว่ายังไม่มี มีแต่กรีนการ์ดได้ไหม
เจ้าหน้าที่บอกว่าโอเค แต่ในแบบฟอร์มมีอยู่ช่องหนึ่งที่ต้องกรอก คือ รายได้ต่อเดือนที่ได้รับ แต่ดายังไม่มีรายได้อะไรเลย ก็ต้องเดินไปถามอีกว่า จะให้กรอกอย่างไรในเมื่อยังไม่มีรายได้ เป็นภรรยาเฝ้าบ้านอย่างเดียว และขอกรอกรายได้ของสามีได้ไหม
เจ้าหน้าที่ก็หายไปแป็บหนึ่ง ก็กลับมาบอกว่า ยินดีคะ กรอกใส่ไปได้
เมื่อเซ็นต์ชื่อกำกับที่แบบฟอร์ม เรียบร้อย ก็ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ไป
เจ้าหน้าที่ก็รับ และโทรติดต่อสำนักงานออฟฟิต เปิดเรื่องเครดิตให้ ได้ยินการสนทนาบ้าง ทางออฟฟิตจะสอบถามประวัติ และข้อมูลส่วนตัว และอื่นๆมากมาย ประมาณสิบนาทีได้ เจ้าหน้าที่ก็เดินมาแจ้งว่าเปิดเครดิตให้แล้วนะคะ ยินดีด้วยนะคะ ว่าดาได้รับ วงเงินเท่าไหร่ และแสดงความยินดี วันนี้ซื้อของเท่าไหร่ก็มีส่วนลดเพิ่มอีก 15% แถมยังไม่ต้องจ่ายเงิน ให้รอรับบัตรได้ที่บ้านนะคะ
หลังจากนั้น ไม่เกินสองสัปดาห์ ก็เห็นซองนี้มาถึงบ้าน
เมื่อหลายวัน ได้ไปเที่ยวช็อบปิ้งกับมัมมี่ และพี่สาวเดบบี้ที่ Boscov's ซึ่งเป็นห้างเล็กๆ ที่ขายทั้งเฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า และอุปกรณ์สวย บรรยากาศเหมือนกับห้างเดอะมอลล์ บ้านเราได้มั้ง เป็นดูจะดีกว่ากันนิดหนึ่ง ที่เป็นต่างประเทศ มัมมี่ก็แนะนำให้สมัคร Boscov's incharge ฟังดูแรกๆก็งงเหมือนกันมันคืออะไร ไม่เข้าใจ มารู้เรื่องก็คือการ์ดเครดิตของห้างประเภทหนึ่ง เหมือนบ้านเราสมัครใช้ เซ็นทรัลการ์ด หรือ โลตัสการ์ด แต่ไม่สามารถไปใช้ที่อื่นได้ นอกจากซื้อของในห้างเท่านั้น
ขั้นตอนการสมัคร
ก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย บอกความจำนงค์ต้องการสมัครการ์ด พนักงานก็ให้เรากรอกแบบฟอร์ม กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวทั่วไป และเจ้าหน้าที่จะขอบัตรประกอบ เช่น บัตรใบขับขี่
แต่กรณีดายังไม่ได้รับ เลยบอกว่ายังไม่มี มีแต่กรีนการ์ดได้ไหม
เจ้าหน้าที่บอกว่าโอเค แต่ในแบบฟอร์มมีอยู่ช่องหนึ่งที่ต้องกรอก คือ รายได้ต่อเดือนที่ได้รับ แต่ดายังไม่มีรายได้อะไรเลย ก็ต้องเดินไปถามอีกว่า จะให้กรอกอย่างไรในเมื่อยังไม่มีรายได้ เป็นภรรยาเฝ้าบ้านอย่างเดียว และขอกรอกรายได้ของสามีได้ไหม
เจ้าหน้าที่ก็หายไปแป็บหนึ่ง ก็กลับมาบอกว่า ยินดีคะ กรอกใส่ไปได้
เมื่อเซ็นต์ชื่อกำกับที่แบบฟอร์ม เรียบร้อย ก็ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ไป
เจ้าหน้าที่ก็รับ และโทรติดต่อสำนักงานออฟฟิต เปิดเรื่องเครดิตให้ ได้ยินการสนทนาบ้าง ทางออฟฟิตจะสอบถามประวัติ และข้อมูลส่วนตัว และอื่นๆมากมาย ประมาณสิบนาทีได้ เจ้าหน้าที่ก็เดินมาแจ้งว่าเปิดเครดิตให้แล้วนะคะ ยินดีด้วยนะคะ ว่าดาได้รับ วงเงินเท่าไหร่ และแสดงความยินดี วันนี้ซื้อของเท่าไหร่ก็มีส่วนลดเพิ่มอีก 15% แถมยังไม่ต้องจ่ายเงิน ให้รอรับบัตรได้ที่บ้านนะคะ
หลังจากนั้น ไม่เกินสองสัปดาห์ ก็เห็นซองนี้มาถึงบ้าน
Monday, March 26, 2012
การถอนเงินจากธนาคาร Bank of America
March 23,12
ได้รับเช็คคืน จากธนาคาร Commicial Bank ที่สั่งมาในนามของตัวเราเอง ซึ่งปกติแล้วก็ยังไม่เคยได้รับเลยและเป็นครั้งแรก ดาก็ไม่เคยมีความรู้ด้านนี้เลย ก็ลองถามมัมมี่ว่าได้เช็คแบบนี้จะต้องไปถอนได้ที่ไหน มัมมี บอกว่าไม่รู้เหมือนกัน จะถาม Dabbie ให้ ก็ได้คำตอบว่าจะต้องไปธนาคารที่เราได้รับเช็ค
ตรวจสอบในละแวกบ้านไม่มีเลย เพราะตั้งใจว่าจะทำเองโดยไม่ให้แม็ทรู้ ไปๆมาๆ ก็จะต้องขอความร่วมมือจากแม็ทช่วย แม็ทก็พาที่ธนาคาร TD Nation Bank ซึ่งเป็นธนาคาร Commicial Bank ในปัจจุบัน
เมื่อมาถึง แม็ทก็ให้เซ็นต์ชื่อที่หลังเช็ค และเตรียมบัตร Green Card รอเจ้าหน้าที่
ได้คิวเราแล้วก็จัดการ ติดต่อเจ้าหน้าที่ ...และแจ้งว่า ค่าธรรมเนียมธนาคารในการถอน ฉบับละ 5$ และเช็คดาได้รับคืนมาแค่ฉบับละ10.55$ จะเหลืออะไรละ ...ขอย้ำฉบับละ 5$ เป็นค่าธรรมเนียมการถอน
เจ้าหน้าที่ธนาคาร แนะนำไปที่ธนาคารไหนก็ได้ที่เรา เปิดบัญชีไว้ในนามตัวเรา
ดาและแม็ทก็ต้องเดินทางออกจากธนาคาร TD Nation Bank และเดินทางไป Bank of America แทน
เมื่อมาถึง ก็แจ้งเจ้าทีธนาคาร ว่าต้องการถอนเงินจากเช็คที่ได้รับ
เอกสารที่เตรียมยื่น Green Card และ Debit card เพื่อตรวจสอบว่าเรามีชื่อบัญชีธนาคารจริงไหม
กว่าจะได้เงิน โอ้โห..ยากเย็นจริงๆ
สรุปแล้วว่า ประเทศอเมริกาในปัจจุบันนี้ จะทำการถอนเงินจากเช็คธนาคารใดๆก็ตามได้ จะต้องไปที่ธนาคารที่เรามีชื่อบัญชีเท่านั้น ถึงจะไม่เสียค่าธรรมเนียมธนาคาร ไม่อย่างนั้นโดนเก็บ 5$ แน่นอน
และขอเพิ่มเติมอีกเรื่องของ Bank of America ในปัจจุบันนี้ กรณีที่ ปริ้นต์สำเนาการฝากหรือถอนที่เครื่อง ATM ธนาคารเริ่มที่จะเก็บค่าธรรมเนียมในการปริ้นต์ 3$ แล้วเป็นรายเดือน
แนะนำให้ฝากถอน ตามรายการปกติจะดีกว่า
ได้รับเช็คคืน จากธนาคาร Commicial Bank ที่สั่งมาในนามของตัวเราเอง ซึ่งปกติแล้วก็ยังไม่เคยได้รับเลยและเป็นครั้งแรก ดาก็ไม่เคยมีความรู้ด้านนี้เลย ก็ลองถามมัมมี่ว่าได้เช็คแบบนี้จะต้องไปถอนได้ที่ไหน มัมมี บอกว่าไม่รู้เหมือนกัน จะถาม Dabbie ให้ ก็ได้คำตอบว่าจะต้องไปธนาคารที่เราได้รับเช็ค
ตรวจสอบในละแวกบ้านไม่มีเลย เพราะตั้งใจว่าจะทำเองโดยไม่ให้แม็ทรู้ ไปๆมาๆ ก็จะต้องขอความร่วมมือจากแม็ทช่วย แม็ทก็พาที่ธนาคาร TD Nation Bank ซึ่งเป็นธนาคาร Commicial Bank ในปัจจุบัน
เมื่อมาถึง แม็ทก็ให้เซ็นต์ชื่อที่หลังเช็ค และเตรียมบัตร Green Card รอเจ้าหน้าที่
ได้คิวเราแล้วก็จัดการ ติดต่อเจ้าหน้าที่ ...และแจ้งว่า ค่าธรรมเนียมธนาคารในการถอน ฉบับละ 5$ และเช็คดาได้รับคืนมาแค่ฉบับละ10.55$ จะเหลืออะไรละ ...ขอย้ำฉบับละ 5$ เป็นค่าธรรมเนียมการถอน
เจ้าหน้าที่ธนาคาร แนะนำไปที่ธนาคารไหนก็ได้ที่เรา เปิดบัญชีไว้ในนามตัวเรา
ดาและแม็ทก็ต้องเดินทางออกจากธนาคาร TD Nation Bank และเดินทางไป Bank of America แทน
เมื่อมาถึง ก็แจ้งเจ้าทีธนาคาร ว่าต้องการถอนเงินจากเช็คที่ได้รับ
เอกสารที่เตรียมยื่น Green Card และ Debit card เพื่อตรวจสอบว่าเรามีชื่อบัญชีธนาคารจริงไหม
กว่าจะได้เงิน โอ้โห..ยากเย็นจริงๆ
สรุปแล้วว่า ประเทศอเมริกาในปัจจุบันนี้ จะทำการถอนเงินจากเช็คธนาคารใดๆก็ตามได้ จะต้องไปที่ธนาคารที่เรามีชื่อบัญชีเท่านั้น ถึงจะไม่เสียค่าธรรมเนียมธนาคาร ไม่อย่างนั้นโดนเก็บ 5$ แน่นอน
และขอเพิ่มเติมอีกเรื่องของ Bank of America ในปัจจุบันนี้ กรณีที่ ปริ้นต์สำเนาการฝากหรือถอนที่เครื่อง ATM ธนาคารเริ่มที่จะเก็บค่าธรรมเนียมในการปริ้นต์ 3$ แล้วเป็นรายเดือน
แนะนำให้ฝากถอน ตามรายการปกติจะดีกว่า
Wednesday, January 11, 2012
การใช้บัตร ATM ไทย กดเงินอเมริกา
การใช้บัตร ATM ไทย กดเงินอเมริกา
พอดีไปอ่านข้อความเจอ เลยนำมาเผยแพร่ต่อในบล็อกตัวเอง เผื่อจะเป็นข้อมูลสำหรับเพื่อนๆที่ต้องการจะใช้บัตร ATM ไทย มากดเงินที่อเมริกา
แพร...เคยบัตรเอทีเอ็มของกสิกรไทยมากดเงินออกจากตู้เอทีเอ็มของWell Fargo Bank ค่ะ เสียค่าธรรมเนียม $5 และบางครั้งก็เอามาซื้อของตามห้างได้
พอดีไปอ่านข้อความเจอ เลยนำมาเผยแพร่ต่อในบล็อกตัวเอง เผื่อจะเป็นข้อมูลสำหรับเพื่อนๆที่ต้องการจะใช้บัตร ATM ไทย มากดเงินที่อเมริกา
แพร...เคยบัตรเอทีเอ็มของกสิกร
การถอนเงินของตู้ Well Fargo จำกัดครั้งละไม่เกิน 800$ ค่ะ
ป้อน....ใช้บัตรไทยพาณิชย์มากดเงินที่นี่กดได้วันละ $500.00ต่อครั้งต่อวันค่ะ กดจากตู้ธนาคาร Bank of America บวกค่าธรรมเนียมของแบงค์อีก $3.00 และค่าธรรมเนียมฝั่งแบงค์ไทยอีก100.00บาทค่ะ ป้อนกดทุกสัปดาห์ลองทุกวิธีก็กดได้แค่ห้าร้อยเหรียญต่อวันค่ะ
ดา...เคยสอบถามเจ้าที่ธนาคารก่อนเดินทางมาอเมริกา เจ้าหน้าที่บอกว่าค่าธรรมเนียมการกดเงินครั้งละ 300 บาท และถอนได้ครั้งละไม่เกินสองหมื่นบาท ส่วนจะได้รับปลายทางที่ถอนเงินเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่อัตราแลกเปลี่ยนต่อ ณ.วันนั้น
เก็บไว้เจอข้อมูลเพิ่มเติมจะนำมาฝากใหม่นะคะ
เก็บไว้เจอข้อมูลเพิ่มเติมจะนำมาฝากใหม่นะคะ
Tuesday, January 10, 2012
การใช้บัตร ATM อเมริกา กดเงินไทย
วันนี้นั่งว่างๆ นึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องที่อยากจะเล่าและบันทึกไว้ เพื่อเป็นความรู้และความทรงจำไว้บ้าง และอาจจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านบางคนได้บ้าง
การถือบัตร ATM ธนาคารของประเทศอเมริกา
เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องถอนเงินในประเทศไทย ในกรณีกลับไปเยี่ยมบ้าน หรืออยากจะลองถอนใช้เงินดูบ้าง เราถือบัตร ATM -USA Bank เราสามารถไปถอนเงินได้ตามตู้ ATM ทั่วไปที่อยู่ในประเทศไทย ถ้าอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานครจะได้เกือบทุกตู้ ถึงแม้ว่าตู้ ATM จะอยู่ข้างถนนก็ตาม
แต่ถ้าอยู่ต่างจังหวัดบางตู้ก็สามารถรับบัตร ATM-USA บางตู้ก็ไม่รับ แนะนำว่าให้ไปทำการถอนเงินในสาขาที่ใหญ่ๆ หน่อยที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า หรือไปทำการถอนที่สาขา จะเป็นธนาคารใดๆก็ได้ ไม่จำกัดธนาคารเลย
ดาลองทดลองกดเงิน ATM ที่ธนาคารกสิกรไทยในห้างเซ็นทรัลเชียงราย ในครั้งแรกไม่สามารถทำการถอนได้ เจ้าหน้าที่ธนาคารก็แจ้งว่าบางตู้ก็รับ และบางตู้ก็ไม่รับ เจ้าหน้าที่ธนาคารแนะนำให้ดาเดินไปลองกดตู้ ATMอื่นดู ดาเลยตัดสินใจไปลองกดที่ธนาคารไทยพาณิชย์ในห้างเซ็นทรัลเช่นเดียวกัน
วิธีการกดเงิน ATM เหมือนกับการกดเงินที่ใช้บัตร ATM ไทยเรา ใส่รหัสบัตรก่อนและทำตามขั้นตอนที่เครื่องATM ถาม กดว่าต้องการถอนเงิน จากบัญชีประเภทออมทรัพท์ และยอดเงินที่ต้องการจะถอน กรอกตามที่ต้องการ และเครื่อง ATM จะถามเรื่องค่าธรรมเนียมการถอน 150 บาท และเราก็กดยืนยัน ยอมรับ จากนั้นเงินบาทก็จะออกมาตามที่เราต้องการถอนเงินบาทมาใช้ตามวัตถุประสงค์
เอาละคราวนี้ กลับมาดูที่บัญชีที่ประเทศอเมริกาจะคิดกันอย่างไรบ้าง
02/ 11/11 ดาทดลองกดเงินบาท ที่ยอดเงิน 6000 บาท ทางอเมริกา คิดเรทเป็นเงินที่ถอน 200.29$ บวกค่าธรรมเนียมการถอน 5$ และค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศ 2$ รวมเป็นเงินที่เสียดอลล่าห์ เท่ากับ 207.29$ (เท่ากับ 6000 บาท)
17/ 11/11 ดาทดลองกดเงินบาทที่ธนาคารกรุงไทย (เชียงราย) ยอดเงิน 15000บาท แต่เครื่อง ATM ที่ธนาคารกรุงไทย แจ้งว่าฟรีค่าธรรมเนียม(อาจจะเป็นในช่วงน้ำท่วม และทางการบอกว่าฟรีค่าธรรมเนียมอยู่ และอาจจะไม่รวมค่าธรรมเนียมฟรีต่างประเทศ) ทางอเมริกาคิดเป็นเงินที่ถอน 511.30 $ บวกค่าธรรมเนียม 5$ แต่ธนาคารกรุงไทยไม่เสียค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศ รวมเป็นเงินที่เสียดอลล่าห์ เท่ากับ 516.30 $ (เท่ากับ 15000 บาท)
สรุปได้ว่า การใช้บัตร ATM-USA ถอนเงินที่ไทยนั้นต้องเสียแน่นอน คือ ค่าธรรมเนียมการถอน 150 บาท แต่จะเป็นยอดเงินดอลล่าห์เท่าใดนั้น ขึ้นอยู้กับค่าเรทอัตราแลกเปลี่ยน ณ.วันที่ถอนเงินที่ไทย แต่วงเงินที่ถอนได้ไม่แน่ใจว่าอยู่ในวงเงินเท่าใดที่ถอนได้ ดาเคยถามเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยเหมือนกัน ตอบไม่ได้ ส่วนใหญ่จะแจ้งว่าไม่ทราบกัน เลยยังไม่ได้ข้อสรุปว่าวงเงินที่ถอนในไทยได้ครั้งละเท่าใด ต่อวัน และเสียค่าธรรมเนียมเท่ากันอยู่ที่ครั้งละ 150 บาท
การถือบัตร ATM ธนาคารของประเทศอเมริกา
เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องถอนเงินในประเทศไทย ในกรณีกลับไปเยี่ยมบ้าน หรืออยากจะลองถอนใช้เงินดูบ้าง เราถือบัตร ATM -USA Bank เราสามารถไปถอนเงินได้ตามตู้ ATM ทั่วไปที่อยู่ในประเทศไทย ถ้าอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานครจะได้เกือบทุกตู้ ถึงแม้ว่าตู้ ATM จะอยู่ข้างถนนก็ตาม
แต่ถ้าอยู่ต่างจังหวัดบางตู้ก็สามารถรับบัตร ATM-USA บางตู้ก็ไม่รับ แนะนำว่าให้ไปทำการถอนเงินในสาขาที่ใหญ่ๆ หน่อยที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า หรือไปทำการถอนที่สาขา จะเป็นธนาคารใดๆก็ได้ ไม่จำกัดธนาคารเลย
ดาลองทดลองกดเงิน ATM ที่ธนาคารกสิกรไทยในห้างเซ็นทรัลเชียงราย ในครั้งแรกไม่สามารถทำการถอนได้ เจ้าหน้าที่ธนาคารก็แจ้งว่าบางตู้ก็รับ และบางตู้ก็ไม่รับ เจ้าหน้าที่ธนาคารแนะนำให้ดาเดินไปลองกดตู้ ATMอื่นดู ดาเลยตัดสินใจไปลองกดที่ธนาคารไทยพาณิชย์ในห้างเซ็นทรัลเช่นเดียวกัน
วิธีการกดเงิน ATM เหมือนกับการกดเงินที่ใช้บัตร ATM ไทยเรา ใส่รหัสบัตรก่อนและทำตามขั้นตอนที่เครื่องATM ถาม กดว่าต้องการถอนเงิน จากบัญชีประเภทออมทรัพท์ และยอดเงินที่ต้องการจะถอน กรอกตามที่ต้องการ และเครื่อง ATM จะถามเรื่องค่าธรรมเนียมการถอน 150 บาท และเราก็กดยืนยัน ยอมรับ จากนั้นเงินบาทก็จะออกมาตามที่เราต้องการถอนเงินบาทมาใช้ตามวัตถุประสงค์
เอาละคราวนี้ กลับมาดูที่บัญชีที่ประเทศอเมริกาจะคิดกันอย่างไรบ้าง
02/ 11/11 ดาทดลองกดเงินบาท ที่ยอดเงิน 6000 บาท ทางอเมริกา คิดเรทเป็นเงินที่ถอน 200.29$ บวกค่าธรรมเนียมการถอน 5$ และค่าธรรมเนียมการโอนเงินระหว่างประเทศ 2$ รวมเป็นเงินที่เสียดอลล่าห์ เท่ากับ 207.29$ (เท่ากับ 6000 บาท)
สรุปได้ว่า การใช้บัตร ATM-USA ถอนเงินที่ไทยนั้นต้องเสียแน่นอน คือ ค่าธรรมเนียมการถอน 150 บาท แต่จะเป็นยอดเงินดอลล่าห์เท่าใดนั้น ขึ้นอยู้กับค่าเรทอัตราแลกเปลี่ยน ณ.วันที่ถอนเงินที่ไทย แต่วงเงินที่ถอนได้ไม่แน่ใจว่าอยู่ในวงเงินเท่าใดที่ถอนได้ ดาเคยถามเจ้าหน้าที่ธนาคารไทยเหมือนกัน ตอบไม่ได้ ส่วนใหญ่จะแจ้งว่าไม่ทราบกัน เลยยังไม่ได้ข้อสรุปว่าวงเงินที่ถอนในไทยได้ครั้งละเท่าใด ต่อวัน และเสียค่าธรรมเนียมเท่ากันอยู่ที่ครั้งละ 150 บาท
Subscribe to:
Posts (Atom)
- DaDaLove
- ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษ ยังมีโมหะ โทสะ โลภ โกรธและหลง เหมือนกับคนอื่นๆ แต่ทุกลมหายใจ ณ.เวลานี้ มีแต่วันนี้และพรุ่งนี้ คิดดี ทำดี และเป็นกัลยาณมิตรที่ดี สร้างกุศลให้ลูกหลาน