July 4,12
วันนี้เป็นวันชาติอเมริกัน บางครอบครัวที่ชื่นชอบสีสัน ฝูงชน ฮอทดอทฟรี ชมขบวนพาเหรด ก็มีนัดกันออกไปเที่ยว ตามในเมือง และในช่วงเย็นก็จะดูพลุเฉลิมฉลองวันชาติ บางครอบครัวก็ไม่อยากจะออกไปไหน ไม่อยากจะเบียดเสียดฝูงชน เบื่อความร้อนอบอู้ และครอบครัวดาก็เป็นหนึ่งในความคิดนี้ ทุกปีของวัน 4th July มักจะจัดงานปาร์ปี้สระน้ำ กิน เล่น และว่ายน้ำ พักผ่อน ตามประสาคนในครอบครัว
และนัดกันเอาอาหารมทานแจมคนละอย่างสองอย่าง รวมๆกัน ก็พอทานทั้งครอบครัว
ดาก็ไม่รู้จะทำอะไรทานดีที่คลายร้อน และทานได้นานๆ สมองว่าจะทำข้าวผัดก็แล้วกัน และภูมิใจมากกับเมนูนี้ เพราะขึ้นชื่อทุกคนมาทาน ยกนิ้วโป้งว่าเยี่ยมกันทุกราย แถมตะโกนเรียกให้เด็กๆมาทานก่อนที่จะหมด
เดิมทีตั้งใจทำน้ำ Water Ice สตอเบอรี่ แต่ก็ต้องปรับเปลี่ยนเพราะหาสตอเบอรี่สดๆไม่ได้ เจอข้าวโพดจากฟาร์มมาสดๆ นั้นก็เปลี่ยนเป็นข้าวโพดคลุกเนยแทน
Caesar Salad
Mix Fruit
Egg
Noodle Salad
Ham Burger And Hotdag
และมี BBQ ด้วย แต่ไม่ได้เดินไปเก็บภาพเลย เล่นย่างกลางแดด กลัวดำ
กินอิ่ม ทุกคนเริ่มสนุกสนานกับสระน้ำ ส่วนเด็กๆ ก็สลับกับการเล่นน้ำและกิน เล่นเบสบอลและกิน อาบแดดและกิน
เออ...แต่ก็หุ่นสวยๆๆทั้งนั้น
ชมบรรยากาศ คนสวยๆและหล่อๆแค่นี้ก็พอเนอะ
ตัวเองมาส่งสระก็ต้องรอให้แดดอ่อนก่อนนะ เกือบสี่โมงเย็น เพราะสู้แสงแดดที่จร้าแรงไม่ไหว แดดแค่นี้กลับมาก็ผิวดำเป็นสีแทนแลยนะ
ชีวิตผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ผกผันจากคนที่ไม่เคยคิดจะต้องมาเริ่มต้น หรือค้นหาสิ่งใหม่ให้กับบั้นปลายชีวิตในต่างแดนประเทศสหรัฐอเมริกา ดินแดนที่แตกต่างทั้งวัฒนธรรม อาหารการกิน การอยู่ ดินแดนไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของเรา ต้องเสียสละทุกสิ่งที่เคยมี และต้องเริ่มเรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆจากศูนย์ ณ. เมือง Havertown Pennsylvania USA
Showing posts with label New Life **USA**. Show all posts
Showing posts with label New Life **USA**. Show all posts
Tuesday, July 10, 2012
Friday, June 22, 2012
Father's Day
June 17,12
วันนี้เป็นวันฟาเตอร์เดย์ ถือว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่คนอเมริกัน จะได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์กันระหว่างครอบครัว ถ้าเป็นที่เมืองไทย คงจะคงพาพ่อไปทานอาหารนอกบ้าน หรือลูกหลานก็กลับมากราบพ่อ หรือ ปู่ หรือตา กัน พร้อมกระเช้าสุขภาพบ้าง กระเช้าดอกไม้บ้าง ก็แล้วแต่สถานะของครอบครัวแต่ละบุคคลกันไป
ที่นี่ก็มีธรรมเนียมที่ใกล้เคียงกัน ลูกหลานก็จะนัดกันไปทานรันช์หรือดินเนอร์กันที่บ้านปู่หรือตากัน หรือนัดทานอาหารนอกบ้าน ตามห้องอาหารต่างๆกันไป
สำหรับครอบครัวที่บ้าน ปีนี้นัดทานที่บ้านแดดดี้ โดยแม่ย่าเตรียมอาหารบางส่วน ดาก็นำเสนออาหารไปแจมด้วยปีนี้
ขนมปังสังขยาใบเตย
สังขยาใบเตยนมสด
ลาบไก่
เต้าฮวยเงาะกระป๋องไส้สัปรด
แจกันดอกไม้ ตัดใหม่ๆจากสวนดอกหลังบ้าน จัดเองประหยัดเงิน เอาเงินใส่ซองให้แดดดี้ดีกว่า แถมเงินอีก 50$
ตกแต่งโต๊ะอาหารเพิ่มเติม สร้างสีสันและบรรยากาศ
แถมด้วยโฮกี้ไส้แฮมแน่นๆๆ
หม้อนี้ฝีมือแม่ย่า เตรียม อร่อยสุดฤิทธิ์
เปิดจากถุงแบบง่ายๆ
มุมกว้างๆๆ
แดดดี้ที่ใจดี
วันนี้เป็นวันฟาเตอร์เดย์ ถือว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่คนอเมริกัน จะได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์กันระหว่างครอบครัว ถ้าเป็นที่เมืองไทย คงจะคงพาพ่อไปทานอาหารนอกบ้าน หรือลูกหลานก็กลับมากราบพ่อ หรือ ปู่ หรือตา กัน พร้อมกระเช้าสุขภาพบ้าง กระเช้าดอกไม้บ้าง ก็แล้วแต่สถานะของครอบครัวแต่ละบุคคลกันไป
ที่นี่ก็มีธรรมเนียมที่ใกล้เคียงกัน ลูกหลานก็จะนัดกันไปทานรันช์หรือดินเนอร์กันที่บ้านปู่หรือตากัน หรือนัดทานอาหารนอกบ้าน ตามห้องอาหารต่างๆกันไป
สำหรับครอบครัวที่บ้าน ปีนี้นัดทานที่บ้านแดดดี้ โดยแม่ย่าเตรียมอาหารบางส่วน ดาก็นำเสนออาหารไปแจมด้วยปีนี้
ขนมปังสังขยาใบเตย
สังขยาใบเตยนมสด
ลาบไก่
เต้าฮวยเงาะกระป๋องไส้สัปรด
แจกันดอกไม้ ตัดใหม่ๆจากสวนดอกหลังบ้าน จัดเองประหยัดเงิน เอาเงินใส่ซองให้แดดดี้ดีกว่า แถมเงินอีก 50$
ตกแต่งโต๊ะอาหารเพิ่มเติม สร้างสีสันและบรรยากาศ
แถมด้วยโฮกี้ไส้แฮมแน่นๆๆ
หม้อนี้ฝีมือแม่ย่า เตรียม อร่อยสุดฤิทธิ์
เปิดจากถุงแบบง่ายๆ
มุมกว้างๆๆ
แดดดี้ที่ใจดี
ปีนี้ไม่มีใครมากมาย นอกจากลูกหลานสลับกันเข้ามา ครอบครัวแดบบี้ ครอบครัวมาร์ค และดาแม็ท ดูๆแล้วเหงาๆ เศร้าๆ ที่เห็นกันน้อยมากมากกว่าทุกปี แม่ย่าเล่าว่า ทำให้คิดถึงบรรยากาศที่หลานยังเป็นเด็กเล็กๆๆ วิ่งสลับแย่งกันทักของทาน ดูครึกครื้น แต่ปัจจุบันดูเหงาทันตา ที่หลานเริ่มโตเป็นหนุ่มสาวกันหมด ต่างคนก็มีกิจกรรมส่วนตัวทำกันไป จะแวะมาก็ได้ ไม่มาก็ได้ ปู่ย่าตายายไม่ว่าอะไร และแถมพ่อแม่ก็ว่าลูกๆตัวเองไม่ได้เช่นเดียวกัน ธรรมเนียมอเมริกัน ถือว่าโตแล้ว มีสิทธิ์ที่จะคิดเอง ตัดสินใจกันเองได้
ดาก็ทำหน้าที่ผู้ช่วยที่ดีให้กับแม่ย่ากันไป ถือว่างานจะได้ไม่เหงา
สนุกแบบเงียบสงบตามตามประสาครอบครัวสันโดษ
Thursday, June 14, 2012
Pennsylvania Driver's License
June 14,12
เมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้ว ไปทำการสอบ Drive test มา และสอบผ่านจนได้รับ Temporary มีอายุบัตรแค่สิบห้าวัน
และวันนี้ก็ได้รับจดหมายจาก Penndot มาถึงประตูหน้าบ้าน ทิ้งระยะเวลาแค่ 7 วันเอง
เปิดซองจดหมายก็เห็นบัตรนี้มาให้
ใบขับขี่ตัวจริง Pennsylvania Driver's License รูปร่างเหมือนกับใบสำรอง
แตกต่างกันที่วันหมดอายุที่ระบุในบัตร
อายุบัตรแค่หนึ่งปี และวันหมดอายุ ตรงกับ กรีนการ์ดหมดอายุพอดีเลย
ตั้งสมมุตฐานว่าวันหมดอายุสอดคล้องกัน และไม่แน่ใจว่าจะเหมือนกับเมืองอื่นๆหรือไม่
แต่ก็ได้มาครองแล้ว ใช้ไปก่อน และค่อยว่ากันใหม่เรื่องอนาคต มีแต่สิ่งที่ไม่แน่นอนเสมอ
เหมือนกับคำพังเพยที่กล่าวว่า....
เรื่องบางเรื่องที่มองว่าง่ายแสนง่าย แต่ยากกว่าจะได้อะไรมาครอง
และสิ่งอะไรที่ไม่คาดหวังกลับมาง่ายแสนง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
เมื่อหวังอะไรที่สูง เมื่อล้มแล้วจะเจ็บ
แต่เมื่อสิ้นหวังหมดอะไรตายอยาก ก็ได้มาแล้วตามสิ่งที่ต้องการ
คงจะจริงตามสุภาษิตทั้งหลาย ที่เราๆเคยได้ยินมา อะไรคือสุขที่แท้จริงของชีวิต
เมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้ว ไปทำการสอบ Drive test มา และสอบผ่านจนได้รับ Temporary มีอายุบัตรแค่สิบห้าวัน
และวันนี้ก็ได้รับจดหมายจาก Penndot มาถึงประตูหน้าบ้าน ทิ้งระยะเวลาแค่ 7 วันเอง
เปิดซองจดหมายก็เห็นบัตรนี้มาให้
ใบขับขี่ตัวจริง Pennsylvania Driver's License รูปร่างเหมือนกับใบสำรอง
แตกต่างกันที่วันหมดอายุที่ระบุในบัตร
อายุบัตรแค่หนึ่งปี และวันหมดอายุ ตรงกับ กรีนการ์ดหมดอายุพอดีเลย
ตั้งสมมุตฐานว่าวันหมดอายุสอดคล้องกัน และไม่แน่ใจว่าจะเหมือนกับเมืองอื่นๆหรือไม่
แต่ก็ได้มาครองแล้ว ใช้ไปก่อน และค่อยว่ากันใหม่เรื่องอนาคต มีแต่สิ่งที่ไม่แน่นอนเสมอ
เหมือนกับคำพังเพยที่กล่าวว่า....
เรื่องบางเรื่องที่มองว่าง่ายแสนง่าย แต่ยากกว่าจะได้อะไรมาครอง
และสิ่งอะไรที่ไม่คาดหวังกลับมาง่ายแสนง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
เมื่อหวังอะไรที่สูง เมื่อล้มแล้วจะเจ็บ
แต่เมื่อสิ้นหวังหมดอะไรตายอยาก ก็ได้มาแล้วตามสิ่งที่ต้องการ
คงจะจริงตามสุภาษิตทั้งหลาย ที่เราๆเคยได้ยินมา อะไรคือสุขที่แท้จริงของชีวิต
Thursday, June 7, 2012
Temporary Driver Liscense
June 7,12
วันนี้ได้ตารางนัดสอบใบขับขี่ใหม่อีกครั้ง หลังจากหกสัปดาห์ที่แล้ว ทำการสอบใบขับขี่ตกแบบไม่เหลือเยื่อใยจากผู้คุมสอบ ที่ให้ตกด้วยสาเหตุไม่ได้เปิดสัญญาณเวลาเข้าจอดรถ
ตื่นเช้ามา ดื่มกาแฟ อาบน้ำแต่งตัวแบบสบายชิวๆ เสื้อยืดตัว กางเกงยีนส์ตัว ไม่คิดที่อยากจะสวยอะไรเป็นพิเศษมากมายนัก ยังเช้าอยู่มากและพอมีเวลาเหลือก็เปิดบทสวดมนต์ ฟังเพลงแบบสบายอารมย์ อยากจะสร้างอารมย์ตัวเองให้ผ่อนคลาย ไม่อยากจะเครียดอะไรมากมายกับชีวิต
เวลา 9.30 ก็ได้ฤกษ์ยามออกจากบ้านเพราะแม็ทจะหงุดหงิดง่ายรออะไรนานไม่เป็น และเป็นคนตรงต่อเวลามาก ต้องรีบออกจากบ้านก่อนที่จะอารมย์เสีย
ไปถึงที่ Penndot ก็เกือบ 10.00 โมง ก็ขอแม็ทเข้าห้องน้ำก่อนเพื่อเตรียมตัวลุย หลังจากนั้นก็ขับรถเข้าไลน์เพื่อจอดรถรอคิวสอบ
มีคันล่วงหน้าดาประมาณ 5 คัน รวมมอเตอร์ไซด์ อีกครั้ง ก็เป็น 6 คัน
นั่งรอในรถ ก็เห็นแต่เจ้าหน้าที่ชายทำการสอบผ่านไปทีละคัน บางคันใช้เวลานาน เพราะออกนอกพื้นที่ด้วย ในใจดีใจมากที่ไม่เจอเจ้าหน้าที่สาวผิวคล้ำคนเดิม แอบดีใจมากขอให้เป็นคนนี้ตลอดไปเถอะ
แป็บเดียว นึกในใจไม่ทันถึงห้านาที ก็เห็นเจ้าหน้าที่สาวผิวคล้ำเดินมาทำการสอบคันข้างหน้า
โอ๊ย...ใจแป๊วไปเลย ไม่อยากจะเจอเลย ...สองคนแอบนั่งนับสลับกันว่า คิวดาจะเป็นเจ้าหน้าที่สาวหรือชาย
บางคันก็เร็วแทบใจหาย...แค่ทำการจอดรถเข้าซองเวลาสอบก็โดนเจ้าหน้าที่ให้ขับกลับมาที่ลานจอดรถ
ดูแต่ละคันผ่านไป...ผ่านไป... สลับกลับลุ้นคิวเจ้าหน้าที่มาสอบให้ดา
ว่าไม่ตื่นเต้น มือก็เริ่มสั่นแบบลุ้นๆ ยังถามแม็ทว่า ถ้าไอสอบตกอีกจะว่าไหมละ แม็ทก็ตอบว่า อย่าคิดอะไรในแง่เชิงลบ ขอให้คิดในแง่บวก สร้างมุมมองที่ดี
ในใจไม่คิดได้ยังงัยละ ไม่เคยจับรถเลย ไม่เคยได้โอกาศขับออกถนนด้วยตัวเองเลย แถมวันนี้เห็นเจ้าหน้าที่ชาย พารถออกถนนใหญ่ด้วย ตื่นสนามเหมือนกัน และนั่งดูในรถผ่านไปแต่ละคัน ตกทุกคัน แถมในใจไม่อยากจะเจอเจ้าที่หญิงคนเดิมด้วย เริ่มประหม่านิดหน่อยเหมือนกัน
ขนาดมาสอบรถมอเตอร์ไซด์ ฝรั่งผมสีทองยังสอบตก เจ้าหน้าที่สาวผิวคล้ำไล่กลับบ้านไป แต่ไม่รู้สาเหตุอะไรถึงสอบไม่ผ่าน
บรรยากาศเริ่มเครียด ก็มาถึงคิวดา
รู้สึกว่าเริ่มมีโชคเข้าข้างหน่อย ที่ตัวเองเจอ เจ้าหน้าที่ชายมาทำการทดสอบ
เจ้าหน้าที่ทำการแนะนำตัวเองว่าชื่ออะไร
ดาก็แจ้งชื่อนามสกุล และตารางเวลานัดสอบ จากนั้นทำการตรวจเอกสารของรถจากแม็ทพร้อมใบไอดี แต่มีข้อแม้ว่าคนพาต้องนั่งอยู่กับเราในรถตลอดเวลา จนกว่าเจ้าหน้าที่แจ้งให้ออกจากรถ
เจ้าหน้าที่สั่งทำการ สตารท์รถและทดสอบเปิดสัญญาณไฟ
Head Light
Turn Left/right signal
High Light
Window Wiper
4 ways Flasher
Horn
และทำการเดินไปด้านหลังรถ สั่งให้ทำการ
Turn Left/right
Break Light
เมื่อเสร็จเจ้าหน้าที่ก็เดินขึ้นรถมานั่งคู่กับเรา และทำการสั่งให้ออกรถไปที่ไหน ดาก็ปฏิบัติตามคำสั่งตลอด มือไม้สั่นเพราะประหม่าบ้าง แต่ก็ท่องอยู่ในใจเสมอว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด จะตกอีกก็ทำใจแล้วละ แทบจะไม่ได้จับรถเลย ไม่มีการทดลองขับที่ไหนเลย ผ่านได้ก็บุญแล้ว แต่คิดว่าจะทำให้ดีที่สุดก็พอใจ
ลุ้นๆ ท่องๆ เปิดสัญญาณไฟทุกจุด เบรกทุกที่เจอ Stop Sign
มาลุ้นอีกทีก็ตอนจอดเข้าที่จอดรถ อยู่ไทยไม่เคยประหม่าเลย จอดแบบนี้สบายชิวๆ แต่ที่นี่ไม่รู้อะไรคือเหตุผลที่ให้เราตกได้ตลอดเวลา
เจ้าหน้าที่ชาย...ก็แจ้งว่าให้จอดแบบแนวไหน ให้เรียบกับถนนมากที่สุด ห้ามขึ้นขอบถนน และสามารถเดินหน้าได้ สามครั้ง และถอยหลังได้สามครั้ง และตั้งคำถามว่า มีคำถามไหม
(แต่คราวที่แล้วฟังเจ้าหน้าที่สาวเข้าใจว่าถอยหน้าหลังรวมกันได้แค่สามครั้ง อาจจะเป็นทักษะการฟังสำเนียงของดาด้วยมั้งที่เข้าใจอย่างนั้น แต่คราวนี้ดันฟังเจ้าหน้าที่ชายชัดเจนกว่ากันเยอะเลยและเข้าใจยิ่งขึ้น)
ดา...ตอบว่าไม่มี และเริ่มทำการจอดรถตามคำสั่ง ปากก็ตั้งคำถามว่า เราสามารถเดินหน้ารถใหม่ได้ไหม
เจ้าหน้าที่ชาย ...ไม่ตอบ ไม่พูด และไม่ยิ้ม
ดา...ขอโทษคะ ไม่ทราบว่า ถามไม่ได้(เอาสิ เริ่มเครียดอีกแล้ว ถามไม่ได้ด้วย)
ตัดสินใจเอง เริ่มตั้งรถใหม่อีกครั้งและทำการถอยรถเข้าซอง ตั้งสติตลอด มองกระจกข้าง มองกระจกส่องหลังตลอด และเดินหน้าตั้งลำรถให้ตรงเสมอขอบถนน และก็ตัดสินใจเบรกจอดให้สนิทเมื่อมั่นใจว่าเรามั่นคงแล้ว
เจ้าหน้าที่ชายก็ถามว่า ..Do you see Yellow pole
ดา...I don't understand what's it mean
เจ้าหน้าที่ชาย...ไม่ตอบและอธิบายอะไร...เงียบอย่างเดียว
ดา...ลุ้นละสิ จะตอบยังงัยดีนะเนี่ย เดาละกันกับความตื่นเต้น นึกอะไรไม่ออก ปากก็ตอบว่าเห็น
เจ้าหน้าที่ชาย...Look at your mirror
ดา...ทำการปรับกระจกข้างและมองด้านหลัง และปากก็ตอบว่า I see สงสัยจะตรวจว่า หลักที่กั้นเราเห็นไหม
แต่เราก็เห็นจริงๆ ไม่ได้คุยนะ จอดสวยมากอยู่ในระหว่างที่กั้นสวยมาก...ใจดาว่าสวย แต่ไม่รู้ใจเจ้าหน้าที่เลย ว่าจะเป็นยังงัย
เจ้าหน้าที่ชาย...สั่งให้ออกรถออกจากซองจอดรถ ใจก็ลุ้นดาตกอีกแล้วแน่ๆ ไปเส้นทางที่ลานจอดรถ
ใจแป่วเลยเรา
เจ้าหน้าที่ชาย..ให้จอดที่ทางแยกและเลี้ยวซ้าย
ดา..แว๋วเลย...โดนออกถนนใหญ่ ใจก็ท่องขับชิดขวา จอดให้สนิททุกป้าย เปิดสัญญาณไฟทุกที่เมื่อต้องการเลี้ยว พยายามชวนคุยกับเจ้าหน้าที่ชายไปเพื่อผ่อนคลายความเครียดตัวเอง แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ตอบไม่ยิ้มเหมือนเดิม
ดา..เงียบและปฎิบัติทุกคำสั่งที่เจ้าหน้าที่สั่ง ไปหลายแห่ง หลายแยก ลุ้นๆตลอดทาง
จนถึงหน้า Penndot อีกครั้ง เจ้าหน้าที่ชายให้จอดในลานจอดรถ
ดาก็จอดตามคำสั่ง...เจ้าหน้าที่ชาย ก็บอกว่าเวลาจอดต้องปฎิบัติอย่างไร ห้ามชิดขอบถนนให้มากนัก
ฟังแล้ว ในใจตกอีกแล้วแน่ๆ โดยบอกมาเพียบอย่างนี้ไม่มีเหลือ
และเจ้าหน้าที่ก็ถามหา เลขประกันสังคมสี่ตัวสุดท้าย
มาแปลกเชียว..คราวนี้ ดาต้องหันมาหยิบกระเป๋าและแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเลขอะไร เจ้าหน้าที่ก็ให้ดาตรวจสอบชื่อ นามสกุล และที่อยู่ถูกต้องไหม และให้เดินตามเข้าไปในอ๊อฟฟิต และติดต่อเจ้าหน้าที่คนนี้จะ เรียกชื่อเรา
นั่งรอไป จนได้ยินเจ้าหน้าที่เรียกชื่อ
เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ ให้กรอกแบบสอบถามที่คอมพิวเตอร์ ทุกคำถามเกี่ยวกับการ Vote America ที่จะถึงทั้งหมด ดาตอบโนทุกข้อ
และเจ้าหน้าก็ให้ทำการเซ็นต์ชื่อที่เครื่่อง และก็ถามว่าเราโอเคไหม ถ้าไม่.. ก็ทำการเซ็นต์ใหม่จนกว่าดาพอใจ
จากนั้นก็นั่งเก้าอี้ ถ่ายรูป แถมบอกว่าอยากจะยิ้มก็ยิ้มได้นะคะ
ตรวจสอบภาพว่าชอบไหม ถ้าไม่ก็ถ่ายใหม่ได้อีก แต่เกรงใจ บอกว่าโอเค
นั่งรอสักพัก ก็ได้รับบัตรใบนี้ และจะเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์แจ้งว่าจะได้รับบัตรจริงภายใน 15 วันทางไปรษณีย์
เสียดายไม่รู้ว่าจะโดนถ่ายภาพวันนี้เลย ไม่มีโอกาศสวยเลย ได้แค่นี้เองความงาม
เป็นบัตรที่ได้ยากมากที่สุดในระดับความสามารถของดา อุปสรรคหลายๆด้าน ตั้งแต่เริ่มต้น การตรวจร่างกาย กว่าจะหาคนพาไปทำการตรวจได้เพื่อต้องการลายเซ็นต์แพทย์ หาเอกสารประกอบการกรอกจะต้องมีที่อยู่ที่แน่นอนสองฉบับ กว่าจะได้กรีนการ์ด ใบประกันสังคม และสอบข้อเขียนผ่าน แต่ละด่านที่ต้องใช้เวลากระบวนการทั้งหลายที่จะทำเอกสารได้แต่ละชิ้น
แต่ทั้งหมดนี้ก็ผ่านมาแล้ววันนี้ รวมเวลาทั้งสิ้น 14 เดือนตั้งแต่ต้นกระบวนการ ยอมรับว่าหมดอารมย์ และเขวี้ยงความต้องการที่จะได้ทิ้งไปหลายรอบ จนวันนี้พูดกับตัวเองแล้ว หมดความต้องการจริงๆแล้ว ถ้าพลาดอีก ก็จะไม่มาสอบอะไรทั้งนั้น และไม่คิดจะเป็นคนขับรถในอเมริกาตลอดชาติ ขอเป็นผู้นั่งแบบคุณนายที่ดีตลอดไป
แต่ก็ได้ใบขับขี่รถยนต์ประเทศอเมริกามาจนได้
ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่กำลังจะทำการทดสอบใบขับขี่ ขอให้ผ่านด้วยดีและรวดเร็วทุกท่านนะคะ
วันนี้ได้ตารางนัดสอบใบขับขี่ใหม่อีกครั้ง หลังจากหกสัปดาห์ที่แล้ว ทำการสอบใบขับขี่ตกแบบไม่เหลือเยื่อใยจากผู้คุมสอบ ที่ให้ตกด้วยสาเหตุไม่ได้เปิดสัญญาณเวลาเข้าจอดรถ
ตื่นเช้ามา ดื่มกาแฟ อาบน้ำแต่งตัวแบบสบายชิวๆ เสื้อยืดตัว กางเกงยีนส์ตัว ไม่คิดที่อยากจะสวยอะไรเป็นพิเศษมากมายนัก ยังเช้าอยู่มากและพอมีเวลาเหลือก็เปิดบทสวดมนต์ ฟังเพลงแบบสบายอารมย์ อยากจะสร้างอารมย์ตัวเองให้ผ่อนคลาย ไม่อยากจะเครียดอะไรมากมายกับชีวิต
เวลา 9.30 ก็ได้ฤกษ์ยามออกจากบ้านเพราะแม็ทจะหงุดหงิดง่ายรออะไรนานไม่เป็น และเป็นคนตรงต่อเวลามาก ต้องรีบออกจากบ้านก่อนที่จะอารมย์เสีย
ไปถึงที่ Penndot ก็เกือบ 10.00 โมง ก็ขอแม็ทเข้าห้องน้ำก่อนเพื่อเตรียมตัวลุย หลังจากนั้นก็ขับรถเข้าไลน์เพื่อจอดรถรอคิวสอบ
มีคันล่วงหน้าดาประมาณ 5 คัน รวมมอเตอร์ไซด์ อีกครั้ง ก็เป็น 6 คัน
นั่งรอในรถ ก็เห็นแต่เจ้าหน้าที่ชายทำการสอบผ่านไปทีละคัน บางคันใช้เวลานาน เพราะออกนอกพื้นที่ด้วย ในใจดีใจมากที่ไม่เจอเจ้าหน้าที่สาวผิวคล้ำคนเดิม แอบดีใจมากขอให้เป็นคนนี้ตลอดไปเถอะ
แป็บเดียว นึกในใจไม่ทันถึงห้านาที ก็เห็นเจ้าหน้าที่สาวผิวคล้ำเดินมาทำการสอบคันข้างหน้า
โอ๊ย...ใจแป๊วไปเลย ไม่อยากจะเจอเลย ...สองคนแอบนั่งนับสลับกันว่า คิวดาจะเป็นเจ้าหน้าที่สาวหรือชาย
บางคันก็เร็วแทบใจหาย...แค่ทำการจอดรถเข้าซองเวลาสอบก็โดนเจ้าหน้าที่ให้ขับกลับมาที่ลานจอดรถ
ดูแต่ละคันผ่านไป...ผ่านไป... สลับกลับลุ้นคิวเจ้าหน้าที่มาสอบให้ดา
ว่าไม่ตื่นเต้น มือก็เริ่มสั่นแบบลุ้นๆ ยังถามแม็ทว่า ถ้าไอสอบตกอีกจะว่าไหมละ แม็ทก็ตอบว่า อย่าคิดอะไรในแง่เชิงลบ ขอให้คิดในแง่บวก สร้างมุมมองที่ดี
ในใจไม่คิดได้ยังงัยละ ไม่เคยจับรถเลย ไม่เคยได้โอกาศขับออกถนนด้วยตัวเองเลย แถมวันนี้เห็นเจ้าหน้าที่ชาย พารถออกถนนใหญ่ด้วย ตื่นสนามเหมือนกัน และนั่งดูในรถผ่านไปแต่ละคัน ตกทุกคัน แถมในใจไม่อยากจะเจอเจ้าที่หญิงคนเดิมด้วย เริ่มประหม่านิดหน่อยเหมือนกัน
ขนาดมาสอบรถมอเตอร์ไซด์ ฝรั่งผมสีทองยังสอบตก เจ้าหน้าที่สาวผิวคล้ำไล่กลับบ้านไป แต่ไม่รู้สาเหตุอะไรถึงสอบไม่ผ่าน
บรรยากาศเริ่มเครียด ก็มาถึงคิวดา
รู้สึกว่าเริ่มมีโชคเข้าข้างหน่อย ที่ตัวเองเจอ เจ้าหน้าที่ชายมาทำการทดสอบ
เจ้าหน้าที่ทำการแนะนำตัวเองว่าชื่ออะไร
ดาก็แจ้งชื่อนามสกุล และตารางเวลานัดสอบ จากนั้นทำการตรวจเอกสารของรถจากแม็ทพร้อมใบไอดี แต่มีข้อแม้ว่าคนพาต้องนั่งอยู่กับเราในรถตลอดเวลา จนกว่าเจ้าหน้าที่แจ้งให้ออกจากรถ
เจ้าหน้าที่สั่งทำการ สตารท์รถและทดสอบเปิดสัญญาณไฟ
Head Light
Turn Left/right signal
High Light
Window Wiper
4 ways Flasher
Horn
และทำการเดินไปด้านหลังรถ สั่งให้ทำการ
Turn Left/right
Break Light
เมื่อเสร็จเจ้าหน้าที่ก็เดินขึ้นรถมานั่งคู่กับเรา และทำการสั่งให้ออกรถไปที่ไหน ดาก็ปฏิบัติตามคำสั่งตลอด มือไม้สั่นเพราะประหม่าบ้าง แต่ก็ท่องอยู่ในใจเสมอว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด จะตกอีกก็ทำใจแล้วละ แทบจะไม่ได้จับรถเลย ไม่มีการทดลองขับที่ไหนเลย ผ่านได้ก็บุญแล้ว แต่คิดว่าจะทำให้ดีที่สุดก็พอใจ
ลุ้นๆ ท่องๆ เปิดสัญญาณไฟทุกจุด เบรกทุกที่เจอ Stop Sign
มาลุ้นอีกทีก็ตอนจอดเข้าที่จอดรถ อยู่ไทยไม่เคยประหม่าเลย จอดแบบนี้สบายชิวๆ แต่ที่นี่ไม่รู้อะไรคือเหตุผลที่ให้เราตกได้ตลอดเวลา
เจ้าหน้าที่ชาย...ก็แจ้งว่าให้จอดแบบแนวไหน ให้เรียบกับถนนมากที่สุด ห้ามขึ้นขอบถนน และสามารถเดินหน้าได้ สามครั้ง และถอยหลังได้สามครั้ง และตั้งคำถามว่า มีคำถามไหม
(แต่คราวที่แล้วฟังเจ้าหน้าที่สาวเข้าใจว่าถอยหน้าหลังรวมกันได้แค่สามครั้ง อาจจะเป็นทักษะการฟังสำเนียงของดาด้วยมั้งที่เข้าใจอย่างนั้น แต่คราวนี้ดันฟังเจ้าหน้าที่ชายชัดเจนกว่ากันเยอะเลยและเข้าใจยิ่งขึ้น)
ดา...ตอบว่าไม่มี และเริ่มทำการจอดรถตามคำสั่ง ปากก็ตั้งคำถามว่า เราสามารถเดินหน้ารถใหม่ได้ไหม
เจ้าหน้าที่ชาย ...ไม่ตอบ ไม่พูด และไม่ยิ้ม
ดา...ขอโทษคะ ไม่ทราบว่า ถามไม่ได้(เอาสิ เริ่มเครียดอีกแล้ว ถามไม่ได้ด้วย)
ตัดสินใจเอง เริ่มตั้งรถใหม่อีกครั้งและทำการถอยรถเข้าซอง ตั้งสติตลอด มองกระจกข้าง มองกระจกส่องหลังตลอด และเดินหน้าตั้งลำรถให้ตรงเสมอขอบถนน และก็ตัดสินใจเบรกจอดให้สนิทเมื่อมั่นใจว่าเรามั่นคงแล้ว
เจ้าหน้าที่ชายก็ถามว่า ..Do you see Yellow pole
ดา...I don't understand what's it mean
เจ้าหน้าที่ชาย...ไม่ตอบและอธิบายอะไร...เงียบอย่างเดียว
ดา...ลุ้นละสิ จะตอบยังงัยดีนะเนี่ย เดาละกันกับความตื่นเต้น นึกอะไรไม่ออก ปากก็ตอบว่าเห็น
เจ้าหน้าที่ชาย...Look at your mirror
ดา...ทำการปรับกระจกข้างและมองด้านหลัง และปากก็ตอบว่า I see สงสัยจะตรวจว่า หลักที่กั้นเราเห็นไหม
แต่เราก็เห็นจริงๆ ไม่ได้คุยนะ จอดสวยมากอยู่ในระหว่างที่กั้นสวยมาก...ใจดาว่าสวย แต่ไม่รู้ใจเจ้าหน้าที่เลย ว่าจะเป็นยังงัย
เจ้าหน้าที่ชาย...สั่งให้ออกรถออกจากซองจอดรถ ใจก็ลุ้นดาตกอีกแล้วแน่ๆ ไปเส้นทางที่ลานจอดรถ
ใจแป่วเลยเรา
เจ้าหน้าที่ชาย..ให้จอดที่ทางแยกและเลี้ยวซ้าย
ดา..แว๋วเลย...โดนออกถนนใหญ่ ใจก็ท่องขับชิดขวา จอดให้สนิททุกป้าย เปิดสัญญาณไฟทุกที่เมื่อต้องการเลี้ยว พยายามชวนคุยกับเจ้าหน้าที่ชายไปเพื่อผ่อนคลายความเครียดตัวเอง แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ตอบไม่ยิ้มเหมือนเดิม
ดา..เงียบและปฎิบัติทุกคำสั่งที่เจ้าหน้าที่สั่ง ไปหลายแห่ง หลายแยก ลุ้นๆตลอดทาง
จนถึงหน้า Penndot อีกครั้ง เจ้าหน้าที่ชายให้จอดในลานจอดรถ
ดาก็จอดตามคำสั่ง...เจ้าหน้าที่ชาย ก็บอกว่าเวลาจอดต้องปฎิบัติอย่างไร ห้ามชิดขอบถนนให้มากนัก
ฟังแล้ว ในใจตกอีกแล้วแน่ๆ โดยบอกมาเพียบอย่างนี้ไม่มีเหลือ
และเจ้าหน้าที่ก็ถามหา เลขประกันสังคมสี่ตัวสุดท้าย
มาแปลกเชียว..คราวนี้ ดาต้องหันมาหยิบกระเป๋าและแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเลขอะไร เจ้าหน้าที่ก็ให้ดาตรวจสอบชื่อ นามสกุล และที่อยู่ถูกต้องไหม และให้เดินตามเข้าไปในอ๊อฟฟิต และติดต่อเจ้าหน้าที่คนนี้จะ เรียกชื่อเรา
นั่งรอไป จนได้ยินเจ้าหน้าที่เรียกชื่อ
เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ ให้กรอกแบบสอบถามที่คอมพิวเตอร์ ทุกคำถามเกี่ยวกับการ Vote America ที่จะถึงทั้งหมด ดาตอบโนทุกข้อ
และเจ้าหน้าก็ให้ทำการเซ็นต์ชื่อที่เครื่่อง และก็ถามว่าเราโอเคไหม ถ้าไม่.. ก็ทำการเซ็นต์ใหม่จนกว่าดาพอใจ
จากนั้นก็นั่งเก้าอี้ ถ่ายรูป แถมบอกว่าอยากจะยิ้มก็ยิ้มได้นะคะ
ตรวจสอบภาพว่าชอบไหม ถ้าไม่ก็ถ่ายใหม่ได้อีก แต่เกรงใจ บอกว่าโอเค
นั่งรอสักพัก ก็ได้รับบัตรใบนี้ และจะเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์แจ้งว่าจะได้รับบัตรจริงภายใน 15 วันทางไปรษณีย์
เสียดายไม่รู้ว่าจะโดนถ่ายภาพวันนี้เลย ไม่มีโอกาศสวยเลย ได้แค่นี้เองความงาม
เป็นบัตรที่ได้ยากมากที่สุดในระดับความสามารถของดา อุปสรรคหลายๆด้าน ตั้งแต่เริ่มต้น การตรวจร่างกาย กว่าจะหาคนพาไปทำการตรวจได้เพื่อต้องการลายเซ็นต์แพทย์ หาเอกสารประกอบการกรอกจะต้องมีที่อยู่ที่แน่นอนสองฉบับ กว่าจะได้กรีนการ์ด ใบประกันสังคม และสอบข้อเขียนผ่าน แต่ละด่านที่ต้องใช้เวลากระบวนการทั้งหลายที่จะทำเอกสารได้แต่ละชิ้น
แต่ทั้งหมดนี้ก็ผ่านมาแล้ววันนี้ รวมเวลาทั้งสิ้น 14 เดือนตั้งแต่ต้นกระบวนการ ยอมรับว่าหมดอารมย์ และเขวี้ยงความต้องการที่จะได้ทิ้งไปหลายรอบ จนวันนี้พูดกับตัวเองแล้ว หมดความต้องการจริงๆแล้ว ถ้าพลาดอีก ก็จะไม่มาสอบอะไรทั้งนั้น และไม่คิดจะเป็นคนขับรถในอเมริกาตลอดชาติ ขอเป็นผู้นั่งแบบคุณนายที่ดีตลอดไป
แต่ก็ได้ใบขับขี่รถยนต์ประเทศอเมริกามาจนได้
ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่กำลังจะทำการทดสอบใบขับขี่ ขอให้ผ่านด้วยดีและรวดเร็วทุกท่านนะคะ
Wednesday, May 16, 2012
Mother Day
May 13,12
วันนี้เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของที่นี่ คือวันมาร์เตอร์เดย์ ก็อาจจะเหมือนที่บ้านเราก็ได้ที่มีวันแม่เหมือนกัน เจอแม็ทตั้งคำถามว่าที่เมืองไทยมีวันมาร์เตอร์เดย์ไหม ดาก็ตอบทันทีแบบไม่ต้องคิดนานหรอก บ้านเมืองฉันนะไม่เชยหรอก มีทุกเทศกาล ไทย จีน ฝรั่ง เหมาทุกชาติ ทุกเทศกาลรวมอยู่ที่เมืองไทยหมด ร้านอาหารก็มีทุกชาติเหมือนกันนะ เวียดนาม อิตาลี่ ฝรั่งเศส ได้โอกาศโม้ต้องรีบคว้าไว้ เดี๋ยวจะไม่ยอมมานั่งฟัง
ดายอมไม่ได้หรอก จะมามองว่าบ้านเมืองไทยเราเชยๆๆ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารเราก็ทันสมัยกว่า สนามบินเราก็ทันสมัย มีครบเครื่องทุกอย่าง
ว่าแล้ววันสำคัญก็มาถึง เดิมทีตั้งใจไปปิคนิคกันที่ปาร์คดาลาแวร์ แต่แล้วน้องสะใภ้เกิดอาการปวดหลังกระทันหัน ต้องเข้าโรงพยาบาล เลยต้องเปลี่ยนสถานที่มานัดเจอกันที่บ้านมัมมี่
มัมมี่เตรียมอาหารหลายอย่าง แต่ญาติๆยังมาไม่พร้อมกันเลย เลยเหลือแต่ดากับแม็ทที่อยู่กันนานที่สุด กินจนพุงกาง ดาไม่มีของขวัญอะไรพิเศษสำหรับมัมมี่ แค่ให้เงินก้นถุง 50$และกิ๊ฟวอร์เชอร์สปาเล็บ 50$ แทบจะน้อยมากที่ให้ได้ แต่ถือว่าเราทำดีที่สุดแล้วนะเวลานี้
และสิ่งนี้ที่มัมมี่มอบให้ดากลับมา
และสิ่งนี้จากแม็ท ที่ขอออกอนุญาติออกไปซื้อให้ที่ KOHL ตอนเช้าตรู่
แม็ทบอกว่า กล่องนี้ดาต้องชอบ เพราะแม็ทรู้ใจดา ..จริงๆก็ชอบที่มีสีม่วงเท่านั้นละ ยี่ห้ออะไรก็ไม่รู้จักเลย 63.74$ แถมแม็ทบอกว่านาฬิกาที่ดาใส่ของ Longines ไม่ดี แม็ทไม่ชอบสู้เรือนนี้ไม่ได้..โม้จริงๆพ่อคุณ
รองเท้าคู่นี้ไปคว้าของเด็กมาแน่ๆ เบอร์เล็กจิ๋วเลย เบอร์ 6 แต่ดาใส่เบอร์ 7 คับ แต่ก็ยัดเท้าลงเหมือนกัน
ให้ใส่ไปเที่ยวทะเล แต่ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะมีโอกาสไหม ทะเลอยู่ไหนยังไม่รู้จักเลย คิดถึงหาดป่าตอง หาดกะหน..ตระหงิดเลย
เห็นสิ่งนี้แล้วบอกตรงๆว่าเสียดายเงินสุดๆ ถาดทำคัพเค็ก 31.49 $ ถาดค็อกเทล 5 ชิ้น 29.99$ แพงเกินไป บอกว่าให้เอาไปคืน และขอเป็นเงินสดดีกว่า ยอมเป็นคนหน้าเงินแล้วละกับของสองสิ่งนี้
ว่าแล้ววันแม่ปีนี้ก็จบลงที่บ้านมัมมี่ นั่งคุยกันแบบครอบครัวเล็กๆที่ไม่มีใครกันมากนัก หลานๆก็โตกันมาก กิจกรรมนอกบ้านเยอะขึ้น เลยทำให้บ้านมัมมี่เงียบเหงากว่าทุกปี
มานั่งเห็นภาพนี้แล้วทำให้นึกถึงวันข้างหน้ากับตัวเองจัง เราจะเหงามากน้อยแค่ไหน ลูกๆก็โตกันหมดแล้ว ต่างก็ต้องโตและแยกย้ายกันไป มองเห็นแล้วเหงาจัง....
วันนี้เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของที่นี่ คือวันมาร์เตอร์เดย์ ก็อาจจะเหมือนที่บ้านเราก็ได้ที่มีวันแม่เหมือนกัน เจอแม็ทตั้งคำถามว่าที่เมืองไทยมีวันมาร์เตอร์เดย์ไหม ดาก็ตอบทันทีแบบไม่ต้องคิดนานหรอก บ้านเมืองฉันนะไม่เชยหรอก มีทุกเทศกาล ไทย จีน ฝรั่ง เหมาทุกชาติ ทุกเทศกาลรวมอยู่ที่เมืองไทยหมด ร้านอาหารก็มีทุกชาติเหมือนกันนะ เวียดนาม อิตาลี่ ฝรั่งเศส ได้โอกาศโม้ต้องรีบคว้าไว้ เดี๋ยวจะไม่ยอมมานั่งฟัง
ดายอมไม่ได้หรอก จะมามองว่าบ้านเมืองไทยเราเชยๆๆ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารเราก็ทันสมัยกว่า สนามบินเราก็ทันสมัย มีครบเครื่องทุกอย่าง
ว่าแล้ววันสำคัญก็มาถึง เดิมทีตั้งใจไปปิคนิคกันที่ปาร์คดาลาแวร์ แต่แล้วน้องสะใภ้เกิดอาการปวดหลังกระทันหัน ต้องเข้าโรงพยาบาล เลยต้องเปลี่ยนสถานที่มานัดเจอกันที่บ้านมัมมี่
มัมมี่เตรียมอาหารหลายอย่าง แต่ญาติๆยังมาไม่พร้อมกันเลย เลยเหลือแต่ดากับแม็ทที่อยู่กันนานที่สุด กินจนพุงกาง ดาไม่มีของขวัญอะไรพิเศษสำหรับมัมมี่ แค่ให้เงินก้นถุง 50$และกิ๊ฟวอร์เชอร์สปาเล็บ 50$ แทบจะน้อยมากที่ให้ได้ แต่ถือว่าเราทำดีที่สุดแล้วนะเวลานี้
และสิ่งนี้ที่มัมมี่มอบให้ดากลับมา
และสิ่งนี้จากแม็ท ที่ขอออกอนุญาติออกไปซื้อให้ที่ KOHL ตอนเช้าตรู่
แม็ทบอกว่า กล่องนี้ดาต้องชอบ เพราะแม็ทรู้ใจดา ..จริงๆก็ชอบที่มีสีม่วงเท่านั้นละ ยี่ห้ออะไรก็ไม่รู้จักเลย 63.74$ แถมแม็ทบอกว่านาฬิกาที่ดาใส่ของ Longines ไม่ดี แม็ทไม่ชอบสู้เรือนนี้ไม่ได้..โม้จริงๆพ่อคุณ
รองเท้าคู่นี้ไปคว้าของเด็กมาแน่ๆ เบอร์เล็กจิ๋วเลย เบอร์ 6 แต่ดาใส่เบอร์ 7 คับ แต่ก็ยัดเท้าลงเหมือนกัน
ให้ใส่ไปเที่ยวทะเล แต่ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะมีโอกาสไหม ทะเลอยู่ไหนยังไม่รู้จักเลย คิดถึงหาดป่าตอง หาดกะหน..ตระหงิดเลย
เห็นสิ่งนี้แล้วบอกตรงๆว่าเสียดายเงินสุดๆ ถาดทำคัพเค็ก 31.49 $ ถาดค็อกเทล 5 ชิ้น 29.99$ แพงเกินไป บอกว่าให้เอาไปคืน และขอเป็นเงินสดดีกว่า ยอมเป็นคนหน้าเงินแล้วละกับของสองสิ่งนี้
รถจักรยานคันงาม ราคาเต็ม 139.99$ ลดราคามาเหลือ 69.99 $
เอ่อ..ซื้อมาได้งัยเนี่ย
ว่าแล้ววันแม่ปีนี้ก็จบลงที่บ้านมัมมี่ นั่งคุยกันแบบครอบครัวเล็กๆที่ไม่มีใครกันมากนัก หลานๆก็โตกันมาก กิจกรรมนอกบ้านเยอะขึ้น เลยทำให้บ้านมัมมี่เงียบเหงากว่าทุกปี
มานั่งเห็นภาพนี้แล้วทำให้นึกถึงวันข้างหน้ากับตัวเองจัง เราจะเหงามากน้อยแค่ไหน ลูกๆก็โตกันหมดแล้ว ต่างก็ต้องโตและแยกย้ายกันไป มองเห็นแล้วเหงาจัง....
Saturday, April 21, 2012
Driver Test, PA
Apr19,12
เมื่อ 6 สัปดาห์ที่แล้วดาได้สอบข้อเขียนผ่านแล้วและได้รับใบ Learner Permit กว่าจะฝันฝ่าอุปสรรคมาอย่างมากมาย การเดินทางมาสอบได้ กว่าจะหาคนพามาสอบได้ ทุกอย่างไม่ง่ายเหมือนอยู่กับประเทศไทยเราเลย บริการเรื่องรถสาธารณะ แท็กซี่ รถมอเตอร์ไซส์รับจ้างมีวิ่งให้เกลื่อนหนทาง ขอให้เพียงแค่มีเงินในกระเป๋า จะไปไหน เที่ยวไหนได้อย่างสะดวกสบาย
แต่อยู่ที่นี่ อเมริกา ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการไม่มีรถ ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากของประชาชนที่นี่ เปรียบเสมือนมีขาที่เดินทางไปไหนมาไหนได้ มีเงินในกระเป่าอย่างเดียวยังไม่เพียงพอเลยละ และเรื่องกฏหมายที่เข้มข้น ตำรวจอยู่ทุกแยกทั้งที่โชว์ตัว และแอบตามซอกมุมต่างๆ และแถมด้วยกล้องแอบทุกสี่แยก หรือที่ไหนๆก็ตาม ซึ่งเราไม่รู้เลยจะมีซ่อนอยู่ตรงไหน บางครั้งก็มีใบศาลส่งค่าปรับมายันบ้าน ว่าทำผิดข้อหาอะไร จอดรถที่มีมิเตอร์และไม่หยอดก็เสียค่าปรับ บางครั้งหยอดเหรียญและกลับมาเคลื่อนรถออกไม่ทัน และเลยเวลามาเพียงแค่นาทีเดียว และเคยโดนใบสั่งมาแล้ว ถูกปรับไปหลายสิบเหรียญแถมต้องวิ่งไปเสียที่ศาลอีก ฟังดูแล้วมันยุ่งยากจริงๆ แต่ก็จำเป็นต้องมี
และกว่าจะทำการนัดสอบ Driver test ได้ต้องใช้เวลา 6 สัปดาห์ เพื่อการรอคอย ไม่ใช่ว่าคุณพร้อมสอบขอนัดสอบเลย ก็ไม่ได้ ต้องรอเวลาอีก การจะทำการนัดได้ ต้องเข้ามาจองตารางสอบในอินเตอร์เน็ต
ทำการนัดและจองได้เวลา 11.am Apr 19,12
เอกสารที่ต้องเตรียม
1.ใบ Learner permit ของเราเอง
2. The valid registration card for the vehicle you plan to drive for the test
3.ใบประกันของรถ คันที่เราจะใช้ในการสอบ(Proof that the vehicle is insured) และต้องไม่หมดอายุ
4. Driver License ของคนพาเราไปสอบ จะเป็นเจ้าของรถเองหรือคนพาก็ได้
(เรื่องนี้ทีแรกก็ไม่เข้าใจว่าจะเป็นใครก็ได้ นึกเสียแต่ว่าต้องเป็นเจ้าของรถที่เราใช้สอบเท่านั้น ก็โกรษแม็ทเหมือนกัน ที่ไม่สามารถหยุดงานพาดามาสอบได้ เลยต้องวานแดดดี้มัมมี่ ขับรถพามาสอบแทน อารมย์ก็ไม่ดีแต่เช้าแล้วและหงุดหงิดนิดหน่อย)
ขับรถไปที่ PENNDOT ก่อนเวลานัดนิดก็จะดี ดาไปถึงก็เวลาประมาณ 10.20 am ทำการหาที่จอดรถได้และเดินเข้าไปในออฟฟิตเพื่อแจ้งว่ามาตามนัดสอบ Driver Test และเจ้าหน้าที่ก็แจ้งให้เอารถไปจอดรอที่ป้ายพร้อมกับนั่งรอที่รถ และจะมีเจ้าหน้าที่สอบมาหาที่รถเอง
รอนานเกือบยี่สิบนาทีได้ ก็ไม่เห็นมีใครมาหาเลย ต้องออกวิ่งลงจากรถและไปถามรถที่จอดรออีกฝากหนึ่ง
คำตอบให้เอารถมาเข้าคิวรอที่นี่ ดาต้องวิ่งกลับมาที่รถและย้ายไปจอดรอคิวอีกฝากหนึ่ง
และต่อจากคันดำนี้ก็เป็นคันดาแล้ว
เจ้าหน้าที่จะถามและปล่อยออกทีละคัน คันสีทองออกไปแล้ว
เป็นคิวคันดำด้านหน้าแล้ว คันดำออกไปแล้ว
คันดาจะเคลื่อนมาอยุู่ที่ตำแหน่งแทนคันดำคันนี้
รอสักพักก็จะมีเจ้าหน้าที่หญิงผิวดำ เดินมาทักพร้อมบอกชื่อ แนะนำตัวว่าชื่ออะไร จะทำการสอบเราวันนี้ เจ้าหน้าที่ขอดูเอกสารทั้งหมด
ดา...จัดการส่งเอกสารทั้งหมดให้ไป แต่ดันแนบใบ Driver License ของแม็ทไปให้
เจ้าหน้าที่...ถามหาแม็ทอยู่ไหน และ
ดา...บอกว่าแม็ทไม่มา เพราะติดทำงาน ลาหยุดไม่ได้
เจ้าหน้าที่...บอกว่าเราสอบไม่ได้และไม่อนุญาติให้ดาขับรถเอง
ดา...ก็ชี้แจงว่า ดาไม่ได้ขับรถมาเอง ดามากับแดดดี้และตอนนั้นแดดดี้นั่งรถดาสอบอยู่ในออฟฟิต ดาขออนุญาติโทรตามแดดดี้มาหาก่อนนะ
เจ้าหน้าที่....ไม่ตอบอะไร เดินออกไปที่มุมสงบ ยืนสูบบุหรี่เฉย
ดา...โทรตามแดดดี้มาหาด่วน และแดดดี้ก็มาหาที่รถ รออยู่นานมาก
เจ้าหน้าที่...เดินกลับมาที่รถอีกครั้ง พร้อมขอดูใบขับขี่แดดดี้ และพร้อมกับกล่าว ขอโทษที่ไม่ทราบว่าต้องนั่งอยู่ในรถด้วย
ตรวจเอกสาร เรียบร้อบแล้ว เจ้าหน้าที่ให้เซ็นต์ชื่อใหม่อีกครั้ง
และเจ้าหน้าที่ ก็บอก ทำการเปิดไฟ หน้า-หลัง และอะไรอีกหลายอย่าง ตรววสภาพรถทั้งด้านหน้า และด้านหลังทั้งหมด
และเจ้าหน้าที่ก็เดินมาขึ้นรถคู่กับเรา
บอกให้ขับรถไปข้างหน้า และก้ไปจอดตรงที่มีกรวยสีส้ม
บอกให้จอดในซองที่กำหนด และมีการจอดแบบไหน และต้องใช้สิทธิ์ถอยเข้าออกได้กี่ครั้ง พร้อมกับมาถามว่ามีคำถามไหม ...ดาตอบว่า...ไม่มีคำถาม
ดาจอด เพียงครั้งเดียว ก็ทำได้อย่างสวยงาม เฟอร์เฟค
เจ้าหน้าก็บอกให้เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ไปตรงนั้น ไปตรงนี้ ให้ปฏิบัติตามคำสั่งทุกอย่าง
จนคำสั่งสุดท้ายให้ไปจอดในที่รถจอดสุดท้าย แต่เลี้ยวซ้ายก่อน และเลี้ยวขวา เพื่อจอดรถ
ที่จอดรถอยู่หัวมุม จังหวะดา รถขับมาได้รอดฝั่ง แต่มีรถตามมาคันหนึ่ง ในที่หัวมุมพอดี แถมกดแตรไล่
ดาเลยตัดสินใจเลี้ยวเข้าจอดในซองจอดรถเลย ในขณะที่ลานจอดรถว่างสนิท ทุกอย่างเรียบร้อย จอดเข้าซองอย่างสวยงามเพียงครั้งเดียวแบบไม่มีการถอยเข้าถอยออก
เจ้าหน้าที่ ก็พูดบอกสาธยายผลการสอบว่า.. ดาตก.. ให้กลับมาสอบใหม่อีกครั้ง สาเหตุ ดาไม่เปิดสัญญาณเข้าจอดรถ
ได้ยินเหตุผลที่ให้ตก เพียงแค่นี้ละ ดีใจ หรือสะใจ หรือโกรษแค้นดี เป็นคุณๆๆ จะรู้สึกกันอย่างไรบ้าง
ในความรู้สึกส่วนตัวถือว่า เป็นเหตุผลที่โง่เง่าสิ้นดี เรื่องใหญ่มากเลยกับเหตุผลที่ให้ตก
แต่เราต้องเสียเวลา ทำการนัดใหม่อีก และตารางกว่าจะได้ใหม่ จะเป็นเมื่อใดก็ไม่รู้
เบื่อสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ....ใบขับขี่ประเทศอเมริกา... Driver license...
แดดดี้และมัมมี ให้กำลังใจเสมอมา พามาเลี้ยงกินข้าวปลอบใจ พูดคุยเรื่องนี้เป็นขำขันคลายเครียด
ขอบคุณแดดดี้และมัมมี่ ที่เสียเวลาพามาสอบ และพามาทานอาหารเช้า
เมื่อ 6 สัปดาห์ที่แล้วดาได้สอบข้อเขียนผ่านแล้วและได้รับใบ Learner Permit กว่าจะฝันฝ่าอุปสรรคมาอย่างมากมาย การเดินทางมาสอบได้ กว่าจะหาคนพามาสอบได้ ทุกอย่างไม่ง่ายเหมือนอยู่กับประเทศไทยเราเลย บริการเรื่องรถสาธารณะ แท็กซี่ รถมอเตอร์ไซส์รับจ้างมีวิ่งให้เกลื่อนหนทาง ขอให้เพียงแค่มีเงินในกระเป๋า จะไปไหน เที่ยวไหนได้อย่างสะดวกสบาย
แต่อยู่ที่นี่ อเมริกา ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการไม่มีรถ ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากของประชาชนที่นี่ เปรียบเสมือนมีขาที่เดินทางไปไหนมาไหนได้ มีเงินในกระเป่าอย่างเดียวยังไม่เพียงพอเลยละ และเรื่องกฏหมายที่เข้มข้น ตำรวจอยู่ทุกแยกทั้งที่โชว์ตัว และแอบตามซอกมุมต่างๆ และแถมด้วยกล้องแอบทุกสี่แยก หรือที่ไหนๆก็ตาม ซึ่งเราไม่รู้เลยจะมีซ่อนอยู่ตรงไหน บางครั้งก็มีใบศาลส่งค่าปรับมายันบ้าน ว่าทำผิดข้อหาอะไร จอดรถที่มีมิเตอร์และไม่หยอดก็เสียค่าปรับ บางครั้งหยอดเหรียญและกลับมาเคลื่อนรถออกไม่ทัน และเลยเวลามาเพียงแค่นาทีเดียว และเคยโดนใบสั่งมาแล้ว ถูกปรับไปหลายสิบเหรียญแถมต้องวิ่งไปเสียที่ศาลอีก ฟังดูแล้วมันยุ่งยากจริงๆ แต่ก็จำเป็นต้องมี
และกว่าจะทำการนัดสอบ Driver test ได้ต้องใช้เวลา 6 สัปดาห์ เพื่อการรอคอย ไม่ใช่ว่าคุณพร้อมสอบขอนัดสอบเลย ก็ไม่ได้ ต้องรอเวลาอีก การจะทำการนัดได้ ต้องเข้ามาจองตารางสอบในอินเตอร์เน็ต
ทำการนัดและจองได้เวลา 11.am Apr 19,12
เอกสารที่ต้องเตรียม
1.ใบ Learner permit ของเราเอง
2. The valid registration card for the vehicle you plan to drive for the test
3.ใบประกันของรถ คันที่เราจะใช้ในการสอบ(Proof that the vehicle is insured) และต้องไม่หมดอายุ
4. Driver License ของคนพาเราไปสอบ จะเป็นเจ้าของรถเองหรือคนพาก็ได้
(เรื่องนี้ทีแรกก็ไม่เข้าใจว่าจะเป็นใครก็ได้ นึกเสียแต่ว่าต้องเป็นเจ้าของรถที่เราใช้สอบเท่านั้น ก็โกรษแม็ทเหมือนกัน ที่ไม่สามารถหยุดงานพาดามาสอบได้ เลยต้องวานแดดดี้มัมมี่ ขับรถพามาสอบแทน อารมย์ก็ไม่ดีแต่เช้าแล้วและหงุดหงิดนิดหน่อย)
ขับรถไปที่ PENNDOT ก่อนเวลานัดนิดก็จะดี ดาไปถึงก็เวลาประมาณ 10.20 am ทำการหาที่จอดรถได้และเดินเข้าไปในออฟฟิตเพื่อแจ้งว่ามาตามนัดสอบ Driver Test และเจ้าหน้าที่ก็แจ้งให้เอารถไปจอดรอที่ป้ายพร้อมกับนั่งรอที่รถ และจะมีเจ้าหน้าที่สอบมาหาที่รถเอง
รอนานเกือบยี่สิบนาทีได้ ก็ไม่เห็นมีใครมาหาเลย ต้องออกวิ่งลงจากรถและไปถามรถที่จอดรออีกฝากหนึ่ง
คำตอบให้เอารถมาเข้าคิวรอที่นี่ ดาต้องวิ่งกลับมาที่รถและย้ายไปจอดรอคิวอีกฝากหนึ่ง
และต่อจากคันดำนี้ก็เป็นคันดาแล้ว
เจ้าหน้าที่จะถามและปล่อยออกทีละคัน คันสีทองออกไปแล้ว
เป็นคิวคันดำด้านหน้าแล้ว คันดำออกไปแล้ว
คันดาจะเคลื่อนมาอยุู่ที่ตำแหน่งแทนคันดำคันนี้
รอสักพักก็จะมีเจ้าหน้าที่หญิงผิวดำ เดินมาทักพร้อมบอกชื่อ แนะนำตัวว่าชื่ออะไร จะทำการสอบเราวันนี้ เจ้าหน้าที่ขอดูเอกสารทั้งหมด
ดา...จัดการส่งเอกสารทั้งหมดให้ไป แต่ดันแนบใบ Driver License ของแม็ทไปให้
เจ้าหน้าที่...ถามหาแม็ทอยู่ไหน และ
ดา...บอกว่าแม็ทไม่มา เพราะติดทำงาน ลาหยุดไม่ได้
เจ้าหน้าที่...บอกว่าเราสอบไม่ได้และไม่อนุญาติให้ดาขับรถเอง
ดา...ก็ชี้แจงว่า ดาไม่ได้ขับรถมาเอง ดามากับแดดดี้และตอนนั้นแดดดี้นั่งรถดาสอบอยู่ในออฟฟิต ดาขออนุญาติโทรตามแดดดี้มาหาก่อนนะ
เจ้าหน้าที่....ไม่ตอบอะไร เดินออกไปที่มุมสงบ ยืนสูบบุหรี่เฉย
ดา...โทรตามแดดดี้มาหาด่วน และแดดดี้ก็มาหาที่รถ รออยู่นานมาก
เจ้าหน้าที่...เดินกลับมาที่รถอีกครั้ง พร้อมขอดูใบขับขี่แดดดี้ และพร้อมกับกล่าว ขอโทษที่ไม่ทราบว่าต้องนั่งอยู่ในรถด้วย
ตรวจเอกสาร เรียบร้อบแล้ว เจ้าหน้าที่ให้เซ็นต์ชื่อใหม่อีกครั้ง
และเจ้าหน้าที่ ก็บอก ทำการเปิดไฟ หน้า-หลัง และอะไรอีกหลายอย่าง ตรววสภาพรถทั้งด้านหน้า และด้านหลังทั้งหมด
และเจ้าหน้าที่ก็เดินมาขึ้นรถคู่กับเรา
บอกให้ขับรถไปข้างหน้า และก้ไปจอดตรงที่มีกรวยสีส้ม
บอกให้จอดในซองที่กำหนด และมีการจอดแบบไหน และต้องใช้สิทธิ์ถอยเข้าออกได้กี่ครั้ง พร้อมกับมาถามว่ามีคำถามไหม ...ดาตอบว่า...ไม่มีคำถาม
ดาจอด เพียงครั้งเดียว ก็ทำได้อย่างสวยงาม เฟอร์เฟค
เจ้าหน้าก็บอกให้เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ไปตรงนั้น ไปตรงนี้ ให้ปฏิบัติตามคำสั่งทุกอย่าง
จนคำสั่งสุดท้ายให้ไปจอดในที่รถจอดสุดท้าย แต่เลี้ยวซ้ายก่อน และเลี้ยวขวา เพื่อจอดรถ
ที่จอดรถอยู่หัวมุม จังหวะดา รถขับมาได้รอดฝั่ง แต่มีรถตามมาคันหนึ่ง ในที่หัวมุมพอดี แถมกดแตรไล่
ดาเลยตัดสินใจเลี้ยวเข้าจอดในซองจอดรถเลย ในขณะที่ลานจอดรถว่างสนิท ทุกอย่างเรียบร้อย จอดเข้าซองอย่างสวยงามเพียงครั้งเดียวแบบไม่มีการถอยเข้าถอยออก
เจ้าหน้าที่ ก็พูดบอกสาธยายผลการสอบว่า.. ดาตก.. ให้กลับมาสอบใหม่อีกครั้ง สาเหตุ ดาไม่เปิดสัญญาณเข้าจอดรถ
ได้ยินเหตุผลที่ให้ตก เพียงแค่นี้ละ ดีใจ หรือสะใจ หรือโกรษแค้นดี เป็นคุณๆๆ จะรู้สึกกันอย่างไรบ้าง
ในความรู้สึกส่วนตัวถือว่า เป็นเหตุผลที่โง่เง่าสิ้นดี เรื่องใหญ่มากเลยกับเหตุผลที่ให้ตก
แต่เราต้องเสียเวลา ทำการนัดใหม่อีก และตารางกว่าจะได้ใหม่ จะเป็นเมื่อใดก็ไม่รู้
เบื่อสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ....ใบขับขี่ประเทศอเมริกา... Driver license...
แดดดี้และมัมมี ให้กำลังใจเสมอมา พามาเลี้ยงกินข้าวปลอบใจ พูดคุยเรื่องนี้เป็นขำขันคลายเครียด
ขอบคุณแดดดี้และมัมมี่ ที่เสียเวลาพามาสอบ และพามาทานอาหารเช้า
Wednesday, February 15, 2012
Valentine Day Surprise
Feb14, 12
วันอังคารยามเช้า ตื่นนอนมาตามปกติของทุกวัน แม็ทก็ออกไปทำงานเหมือนปกติของทุกวัน ส่วนตัวเองจะตื่นสายกว่าและเป็นเรื่องปกติของทุกวัน ตื่นลงมาชั้นล่าง เดินเข้าห้องครัวเพื่อชงกาแฟ แหมก็เห็นการ์ดวางอยู่ใกล้ๆกับเครืองชงกาแฟ แหมต้องเปิดอ่านหน่อย จะให้อะไร
วันอังคารยามเช้า ตื่นนอนมาตามปกติของทุกวัน แม็ทก็ออกไปทำงานเหมือนปกติของทุกวัน ส่วนตัวเองจะตื่นสายกว่าและเป็นเรื่องปกติของทุกวัน ตื่นลงมาชั้นล่าง เดินเข้าห้องครัวเพื่อชงกาแฟ แหมก็เห็นการ์ดวางอยู่ใกล้ๆกับเครืองชงกาแฟ แหมต้องเปิดอ่านหน่อย จะให้อะไร
มีแถมล็อตตาลี่วาเลนไทน์ด้วย
ขอให้รางวัลที่หนึ่งนะ
แหมมาเซอร์ไพส์แต่เช้า
ทั้งที่เราอุตส่าห์ไม่สนใจอะไรเลย และไม่คิดที่จะทำอะไรด้วย
และเวลา 10.00 am มัมมี่ก็โทรมาหาและบอก HaPPy Valentine Day
เอาละสิ เจองานเข้าอีกแล้ว ต้องทำตามธรรมเนียมไหมหนอ ใจก็คิดเหมือนกันแต่ไม่สนใจขอคุยอยู่กับกับลูกสาวก่อนดีกว่า จนเกือบเที่ยงวัน ก็วางสายกับลูก เพื่อให้ลูกพักผ่อนเตรียมตัวไปเรียนของวันรุ่งขึ้น
และแล้วก็ต้องตัดสินใจสวมเสื้อโค๊ตและออกเดินไป Superfresh อีกแล้ว ว่าจะเดินหาซื้ออะไรหน่อย เดินดูเรื่อยๆก็ปิ้งเจอกันดอกไม้มากเลย แต่แพงโขวันวาเลนไทน์ แจกัน 25.99$ ไม่เอาดีกว่า เตรียมเงินสดมาแค่50$ เองเดี๋ยวไม่พอ นั้นไปดูที่ร้าน Hallmark ก่อน เจอแล้วละได้การ์ดมาแล้ว สีโปรดของผู้ให้
และไม่ลืมที่จะเลือกหยิบมาฝากแดดดี้และมัมมี่
เอาละได้การ์ดมาเรียบร้อยแล้ว ก็เดินเข้า CVS ต่อมาหาของเผื่อจะเจออะไรบ้าง เจอแต่ช็อคโกแลตลดราคา 25% และตุ๊กตาหมี ดู ๆๆ แต่ก็ไม่ซื้อหรอก แต่กลับไปซื้อแชมพูและครีมนวดผมลดราคามาแทน สองขวด 7$ เอง แถมซื้อเสร็จได้คูปองมา 2$ นั้นจัดการแลกเป็นยาสีฟันดีกว่า คุ้มจัง
ไปเดินที่อื่นแทนดีกว่า นั้นเข้า Superfresh อีกรอบเผื่อเจออะไรมั้ง เดินไปเดินมาจบที่แผนกเค็ก
ก้มๆ มองๆ ราคาและรูปแบบ อย่างยาวนาน เอาอย่างไรดีหนอ ที่คิดนานเพราะลืมเอาเครดิตการ์ดมาและเงินสดจะพอไหม คำนวนบวกลบคูณหารอย่างหนัก และเดินจากซุ้มเค๊ก มาแผนกขนมปังแทน โชคดีจังเลยเค๊กลดราคา กล่องละ 2.59$ เอง คว้ามาสามกล่อง และก็เดินหยิบบอลลูนติดมือมาหนึ่ง จ่ายเงินเดินออกจาก Superfresh
เข้าร้าน Wine เดินไปหยิบไวน์แดงหนึ่งขวด
และแล้วก็หิ้วเดินกลับบ้าน ว่าไม่ซื้ออะไรมากนัก แต่ก็หิ้วกว่าจะถึงบ้านเดินจนเจ็บเท้า ปวดหลังระนาวกว่าจะถึงบ้าน แต่แล้วก็ไม่เสร็จ ก็จัดการภารกิจนี้ก่อนที่ต้องรีบออกไปอีกหนึ่งรอบ
ดัดแปลงตกแต่งหน้าเค๊กใหม่
เวลาน้อย ได้แค่นี้ก็พอแล้ว ต้องรีบออกไปทำงานต่อแล้ว จัดเตรียมวางไว้ให้แม็ทเมื่อกลับเข้าบ้าน
กลับมาถึงบ้านก็เจอสิ่งนี้มาวางแทนที่อีกแล้ว
HaPPy Valentine's Day
ขอให้ทุกคนมีความรักที่สดชื่น สมหวัง กันทุกคนนะคะ
แหมบ้านให้อะไรไม่ยอมหยุดสักที เช้าวันใหม่อีกวัน ก็ได้รับจากมัมมี่พร้อมการ์ด Valentine
Thank you so much..Mommy&Daddy
Subscribe to:
Posts (Atom)
- DaDaLove
- ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษ ยังมีโมหะ โทสะ โลภ โกรธและหลง เหมือนกับคนอื่นๆ แต่ทุกลมหายใจ ณ.เวลานี้ มีแต่วันนี้และพรุ่งนี้ คิดดี ทำดี และเป็นกัลยาณมิตรที่ดี สร้างกุศลให้ลูกหลาน