Tuesday, April 3, 2012

ค่ายอยากเป็นหมอฟัน ครั้งที่ 12

Apr 3,12

เมื่อสองวันก่อน เพิ่งจะได้คุยกับลูกสาว ถามสารทุกข์สุกดิบ กันไปเรื่อยๆ ตามประสา แม่ลูกคุยกัน และก็บังเอิญถามถึงเรื่องเข้าค่ายอยากเป็นหมอฟัน ครั้งที่ 12  ที่หมายกำหนดเดิมต้องเลื่อนการจัดค่ายที่ประสบน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้ว และเพิ่งมีหมายกำหนดการจัดค่ายใหม่เมื่อ 14 มีนาคม 2555 และเป็นที่รอคอยของน้องๆ ที่เฝ้ารอและใฝ่ฝันที่จะมีส่วนร่วมกับการเข้าค่ายอยากเป็นหมอฟัน และค่ายนี้ก็มีลูกสาวมีส่วนร่วมด้วย

ค่ายอยากเป็นหมอฟัน คือค่ายที่กลุ่มนิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันจัดตั้งขึ้นเพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเรียนการสอนทั้งใน ด้านทฤษฎีและปฏิบัติ (ทั้งกับคนไข้และแบบจำลองฟัน) รวมถึงบทบาท หน้าที่ และการทำงานของทันตแพทย์ที่สำเร็จการศึกษาแล้ว อีกทั้งยังมุ่งหวังเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างพี่น้องที่เข้าร่วมโครงการอีกด้วย

แม่ดาก็เพิ่งจะได้มีโอกาสสอบถาม การเข้าร่วมกิจกรรมค่ายอยากเป็นหมอฟัน ครั้งที่ 12 คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง

ลูกสาวเล่าว่า ต้องเดินทางไปที่มหาวิทยาลัยจุฬาฯ จุดนัดพบที่คณะทันตะฯ(ใกล้กับศูนย์หนังสือจุฬาฯหรือ British Council) แต่เช้าเพื่อรายงานตัวก่อน และจะมีพี่หมอมาต้อนรับและแนะนำสถานที่ของคณะและร่วมทำกิจกรรมกับรุ่นพี่หมอฟัน ให้การต้อนรับอย่างดีและอบอุ่น มีกิจกรรมหลายอย่างที่ต้องทำ เช่น การทำน้ำยาบ้วนปาก การทำฟันปลอม การดัดฟัน ได้มีส่วนร่วมเข้าห้องปฏิบัติการจริงของคณะทันตะ และนอนค้างที่คณะสามวันสองคืน

ผลงานปฏิบัติการจริงของลูกสาว  การทำฟันปลอม  การกรอฟันและลวดดัดฟัน


การกรอฟัน
เสร็จเอามากรอชื่อตัวเองเล่นต่อ


การทำน้ำยาบ้วนปาก


ลูกสาวในห้องปฏิบัติการ


ถูกตรวจสุขภาพฟัน โดยพี่หมอฟัน


เพื่่อนๆ เข้าค่ายและพี่หมอฟัน


ลูกสาวเล่าว่า กลับจากค่ายแล้วรู้สึกว่า มีแรงที่จะมุมานะอ่านหนังสือเพื่อสร้างฝันให้เป็นจริงต่อไป มีพลังที่จะช่วยขับเคลื่อน ตัวขยัน ให้ออกแรงสู้ และก็สู้ ไม่ให้มีตัวขี้เกียจมากกว่าตัวขยัน ลูกสาวบอกว่า ใช่ตัวตนของลูกเลย

ในฐานะแม่คนหนึ่ง ต้องขอขอบคุณกิจกรรมดีๆ ที่พี่หมอฟันทุกท่าน ร่วมแรงร่วมใจ ทำกิจกรรมดีๆ และถ่ายทอดความรู้ และสิ่งดีๆให้แก่รุ่นน้องต่อไป เพื่อสร้างฝัน และเทคนิคพิชิตฝันให้เป็นจริง ถึงแม้ว่า ความยากลำบาก ทุกวินาที ก็มีแรงที่จะผลักดัน เพื่ออนาคตของตัวลูกเอง..ขอให้พิชิตฝันให้สำเร็จ

ขอขอบคุณ พี่หมอฟันอีกครั้งนะคะสำหรับกิจกรรมดีๆที่มีคุณค่า

ปล.ต้องขอโทษสำหรับรูปภาพประกอบ มีน้อยมาก เนื่องจากไม่อนุญาติ นำกล้องเข้าค่ายได้

อัพเดทเพิ่มเติม:-(25-5-55)
แม่ดาได้คุยสอบบถามลูกเพิ่มเติม เพิ่งจะทราบว่าเข้าค่ายทันตะ ก็มีการเข้าไปดูห้องครูใหญ่ด้วย จะเน้นการดูเรื่องเส้นประสาทของโครงสร้างร่างกาย แม่นึกว่าหมอทันตะไม่ต้องเจอครูใหญ่ แต่กลับจะเจอเหมือนกัน ฟังแล้วตื่นเต้นจังเลย
แม่...ลูกทำอย่างไรถึงจะเข้าค่ายอยากเป็นหมอฟันได้
ลูก...ก็ติดตามจากประกาศรับสมัครเข้าค่าย และจากเฟทบุ็คก็มี ขั้นตอนก็โหลดใบสมัครจากอินเตอร์เน็ต
แม่... กรอกใบสมัครยากไหม
ลูก...คำถามมีหลายแบบ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบบรรยาย ความคิดเห็นและความรู้สึก
แม่...ฟังดูแล้วยากจังนะ
ลูก...ก็ยากเหมือนกันนะแม่ แต่พยายามเขียนตอบคำถามให้ดี เหมือนกับรุ่นพี่หมอชอบพิจารณาเกณท์ที่เป็นคนดี และมีแนวคิดแบบเจ๋งๆนะแม่
แม่...นั้นก็ต้องเขียนใบสมัครแบบมีแนวคิดที่สร้างด้วยใช่ไหม
ลูก...ก็ประมาณนั้นละแม่
แม่...นานไหมที่จะรู้ผลประกาศเข้าค่าย
ลูก...ก็ตามเกณท์หมายกำหนดการนะแม่ และจะมีพี่หมอโทรมาแจ้งด้วยว่าเราติดเข้าค่ายหมอ และก็แจ้งสอบถามว่าเราสะดวกไหม กับวันที่ที่จัดกิจกรรมเข้าค่าย  ก็ตอบแบบว่าสะดวกคะ ไม่มีปัญหา เดินทางมาร่วมกิจกรรมได้
แม่...และรับเข้าค่ายทั้งหมดกี่คน
ลูก...ประมาณร้อยกว่าคน จากทั่วประเทศนะแม่
แม่...อย่างนี้เพื่อนๆก็เยอะสิ คู่แข่งขันเพียบเลย
ลูก...ประมาณนั้นนะแม่

สรุปแล้ว
1.โหลดใบสมัครเข้าค่ายจากเวปไซด์คณะทันตะแพทย์ หรือจากเฟทบุ๊ค ค่ายอยากเป็นหมอฟัน
2.กรอกใบสมัคร พยามเขียนและตอบคำถามที่มีหลักการณ์ และแนวคิดแบบเจ๋ง และส่งใบสมัครตามวันที่กำหนด
3.รอฟังผลประกาศ ถ้าได้รับการคัดเลือก ก็ชะรำเงินเข้าค่ายเพื่อเป็นการลงทะเบียนยืนยันตอบรับการเข้าค่ายอยากเป็นหมอฟัน

Thursday, March 29, 2012

Cherry Blossom at Washington D.C

March27,12

วันนี้มีนัดกับโอ็ท และกลุ่มของน้องดร.บิ๋ม อีกสองคน รวมกันทั้งหมด ก็ห้าสาว ตั้งใจว่าจะไปลุยถ่ายภาพดอกซากุระที่วอชิงตันดีซี ตรวจสอบว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาดอกไม้กำลังบานอยู่ ยังไม่ถึงกับร่วง ปีนี้อากาศอุ่นเร็วกว่าทุกที เลยทำให้ดอกซากุระ จะบานเร็วกว่าทุกปี และมีนัดกันเดินทางวันอังคารที่ผ่านมา แต่บังเอิญว่าวันจันทร์เมือวาน เกิดมีลมแรงในละแวกแถวบ้าน เลยไม่แน่ใจว่าที่วอชิงตันดีซี จะมีอากาศกันอย่างไรบ้าง แต่นัดกับเพื่อนๆที่จะเดินทางอยู่แล้ว เลยไม่อยากที่จะยกเลิก และตัดสินใจเดินทางไปเที่ยวกัน

เมื่อถึงวันที่กำหนด น้องโอ็ทก็ขับรถจากเมือง Newark มารับดาที่บ้าน แต่เกิดสายกว่าเวลาที่นัดไว้เกือบชั่วโมงครึ่ง รถโอ็ทเกิดยางแบน เลยเสียเวลาต้องวิ่งเข้าปั๊มเติมลมก่อนที่จะขับมารับดาได้ตามเวลาที่นัดไว้

เมื่อโอ็ทเดินเข้าบ้านก็แจ้งว่า กลุ่มดร.บิ๋มขอยกเลิกเดินทางกันทั้งกลุ่ม เนื่องจากเลยเวลามากไป แต่ยังหลงเหลือ โอ็ทและดาก็ยังที่จะเดินทางไปลุยเก็บภาพกันต่อ เพียงกันแค่สองสาว

กว่าจะเดินทางมาถึงวอชิงตัน ดีซี ก็เกือบบ่ายสองโมงครึ่งได้ ขับรถออกจากบ้านใช้เวลาเดินทางเกือบสามชั่วโมง  ขับรถวิ่งวนไปวนมา เพื่อหาที่จอดรถก็เกือบบ่ายสามโมงเย็นได้

เราจอดกันริมขอบถนน ด้านข้าง Lincoln Memorial ทางปีกซ้ายของตัวอาคาร และเดินกลับมาเที่ยวที่ Lincoln Memorial กันก่อน


และเข้าไปเก็บภาพ Lincoln


และเริ่มสร้างภาพเเก็บบรรยากาศโดยรอบ








ได้ภาพจนเป็นที่น่าพอใจ ก็ชวนกันไปเพื่อจะไปเก็บภาพ Cherry Blossom ที่อยู่รอบบึงน้ำแถวอาคาร Jefferson Memorial เก็บภาพสถานที่เด่นๆที่ไม่ควรพลาด



 
เสียดายมาช้าแค่วันเดียวเอง เจอพายุพัด จนดอกไม้เกลี้ยงไม่หลงเหลือสีสันให้เห็นเลย




สามารถเห็นได้ทุกสิบนาที จะมีฮอลิคอปเตอร์บินผ่านตลอดเวลา


ดอกไม้ Cherry Blossom หลังเจอมรสุม มีหลงเหลืออยู่บ้าง กับความงามที่ไม่สมบรูณ์







สาวน้อยที่เป็นไกด์พาเที่ยว




บรรยากาศจะเจอนักกีฬาวิ่งออกกำลังกายบ้าง บางส่วนก็จะขี่จักรยานบ้าง


จะเจอแบบนี้ก็มีบ้าง ยืนจูบกันแบบโรแมนติค ไม่แคร์สายตาตากล้องแบบเรา


หนุ่มในเครื่องแบบที่เดินตรวจสถานที่ ดูแลความเรียบร้อย


รถนั่งเที่ยวชมเมืองโดยรอบแบบ และมีไกด์บรรยายสถานที่แห่งท่องเที่ยว


ดากับโอ็ทเดินเที่ยวถ่ายภาพจนถึงเวลาที่กำหนดจอดรถได้ไม่เกินสามชั่วโมง ก็ชวนกันเดินกลับมาเอารถ เพื่อที่จะย้ายและหาที่จอดรถใหม่ก่อนที่จะเจอใบสั่ง

และมาถึงที่จอดรถ ก็เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งแนบอยู่กับกระจกหน้ารถ โอ็ทหยิบมาอ่านและยิ้มแบบหลุบๆ
เราเจอดีแล้วพี่ ใบสั่งจากนครวอชิงตันดีซี โดนปรับจอดรถเกินเวลาที่กำหนด ค่าปรับ 108$ ให้ส่งเงินค่าปรับทางไปรษรีย์

โอ็ทเดินกลับไปอ่านตรวจสอบที่ป้ายอีกครั้ง สามารถจอดตรงที่จอดได้ไม่เกิน 4 pm. เท่านั้นเอง
แต่เรามาถึงตรงที่จอดก็ 3pm. แสดงว่าจอดได้แค่ชั่วโมงเดียว แต่โอ็ทเข้าใจว่าจอดได้ 4 ชั่วโมง แบบไม่ได้เฉลียวใจกันเลย ค่าซื้อความรู้คราวนี้ 108$ สบายใจคะ

Apr28,12
ได้รับโทรศัพท์จากโอ็ทมาเล่าเรื่องขำอีกเรื่อง ว่าเจออีกเด้ง ดาก็งงว่าเรื่องอะไร โอ็ทบอกว่าโดนใบสั่งจากวอชิงตันดีซี อีกฉบับพร้อมเอกสาร รูปภาพรถ สถานที่ เวลา ว่ารถขับใช้ความเร็วเท่าใด โอ็ทขับรถใช้ความเร็วที่ 39 ไมล์ต่อนาที แต่ที่ตรงถนนมีกำหนดที่ 25 ไมล์ต่อนาที โดนปรับอีก 125$ เที่ยวคราวนี้แพงมหาโหดเลย กฎหมายจราจรที่เข้มงวดมาก ขับรถต้องระวัง สายตาต้องเร็ว มองให้มั่นก่อนจะขับ หรือเลี้ยวที่ต้องไหน กล้องมีซ่อนทุกซอกทุกมุม โดยที่เราไม่สามารถรู้ได้เมื่อใด

ประสบการณ์เที่ยววอชิงตันดีซี ที่ตะลอนแบบลุยๆกับความรู้สึกที่ต้องจำอีกยาวนาน



Monday, March 26, 2012

HealthMaster ELITE

March 25,12
อารมย์บ่..จอยมาหลายวัน ไม่ค่อยอยากจะคุยกับใครมาก รวมถึงกับลุงแม็ทด้วย แม็ทชวนคุยด้วยถามคำตอบคำกันไป อยู่ๆเมื่อวานก็เจอกล่องกระดาษนี้หน้าประตูบ้าน กล่องเบ้อเร่อเลย


จัดการแกะกล่องกระดาษ ก็เห็นสิ่งนี้ อะไรเนี่ย สั่งมาให้ทำอะไรกัน..ให้มาเป็นแม่ค้าขายน้ำปั่นมั้ง



ตกดึก ก็มาชวนคุยและชวนเดินชมต้นไม้หลังบ้าน บอกว่า ไม่อยากไปไหนทั้งนั้นละ ไม่ไป จนคนชวนหน้าจ่อยไป ตื่นเช้าขึ้นมาจึ่งเห็นสองกระถางนี้แขวนอยู่


ท่าทางอยากจะดาอารมย์ดีขึ้นมาบ้างมั้ง เห็นดอกไม้ก็สดชื่นบ้างละ แต่อย่างไรเสีย ก็ไม่ดีเท่าได้มาทั้งสวนมั้ง
My photo
ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษ ยังมีโมหะ โทสะ โลภ โกรธและหลง เหมือนกับคนอื่นๆ แต่ทุกลมหายใจ ณ.เวลานี้ มีแต่วันนี้และพรุ่งนี้ คิดดี ทำดี และเป็นกัลยาณมิตรที่ดี สร้างกุศลให้ลูกหลาน