Apr 9,12
เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วจัง เผลอแป๊บเดียบลูกชายคนโตก็อายุ 19 ปีแล้ว มองหน้าลูกตอนนี้คงจะเป็นหนุ่มเต็มตัว จากหน้าที่ขาวสอาดเกลี้ยงเกลา ผิวพรรณแบบเด็กไร้เดียงสา คงจะเริ่มแตกความเป็นหนุ่มหล่อสมาร์ทเต็มที่ เส้นผมบริเวณเหนือมุมปากคงจะเริ่มมีบ้างแล้ว เส้นที่แบบบางเบาไรไร คงจะเริ่มมีสีเข้ม สัญญลักษณ์ของความเป็นหนุ่ม อืม..ลูกชายแม่คงจะเป็นหนุ่มแล้วจริงๆนะ
กลับมานั่งคิดถึงสมัยที่อุ้มท้องลูกชายคนแรกของความเป็นแม่ เมื่อรู้ตัวเองว่าตั้งท้อง ก็ดีใจระคนกับความกังวล ว่าตัวเองจะเป็นแม่ต้องทำตัวอย่างไรบ้าง เพราะที่บ้านไม่มีใครคอยให้คำแนะนำการดูแลคนท้องต้องปฏิบัติตนเองอย่างไร ทางแก้ก็จัดการวิ่งหา และศึกษาข้อมูลหมอ เพื่อทำการฝากท้องที่ไหนดี จำได้ว่าเพื่อนแนะนำให้ไปฝากท้องที่โรงพยาบาลบำรุงราษณ์กับคุณหมอท่านหนึ่ง ขออนุญาติไม่ระบุนามคุณหมอนะคะ แต่อยากจะบอกว่าได้รับการดูแลที่ผิดหวังโดนสิ้นเชิง นั่งรอพบแพทย์เกือบสามชั่วโมง แต่มีโอกาศคุยกับหมอไม่ถึงห้านาที ก็จัดยาบำรุงและไล่กลับบ้าน ให้มาพบแพทย์ใหม่เดือนหน้า
แต่ความเป็นแม่มือใหม่ที่ไร้เดียงสา อ่อนหัดทุกเรื่องมีความกังวลสูง ไม่ยอมออกจากห้องแพทย์เลย ตั้งคำถาม เกี่ยวกับเรื่องที่สงสัย ต่อเวลาออกไปอีกเกือบยี่สิบนาทีได้ เก่งนะคะที่ถามได้ข้อมูลหายกังวลมาเยอะ
ที่บอกว่าไม่ประทับใจเลย เพราะหน้าหมอบอกบุญไม่รับเลย แต่ก็ตอบแบบเลี่ยงไม่ได้ จะไล่คนไข้ออกก็คงจะเกรงใจมั้งนะคะ แต่แล้วถึงเวลาจ่ายเงินค่าฝากท้องครั้งแรก ค่าเจาะเลือด ค่ายาบำรุง ค่าธรรมเนียมแพทย์ ขอจำที่ค่าธรรมเนียมแพทย์ เกือบสองพันบาทที่โดนคิดเงินมา ปากตัวเองไวก็ถามเจ้าหน้าทีที่เก็บเงินว่า คุณหมอท่านนี้ค่าตรวจแพงอย่างนี้ทุกครั้งไหม เจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่นะคะ ปกติแค่ห้าร้อยบาท แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมถึงคิดเงินถึงสองพันบาท เพราะหมอระบุมาในรายการช่องเก็บเงินเลย ตัวเองก็เลยถึงบางอ้อ เล่นกันอย่างนี้เลย เจ็บใจจังเลย
และยังไม่อยากจะบอกว่าเจอเรื่องเจาะเลือดที่แล็บโรงพยาบาลนี้อีกเรื่อง เจ็บจนแขนระบม อยากจะโชคดีมั่งคะ ไม่ค่อยมีใครเจอ แต่ตัวเองดันเจอมา เนื่องจากเจ้าหน้าที่แล็บเจาะเลือดไม่ได้ เวลาดึงเลือดเข้าสลิงและเลือดไม่ออกมาเต็มหลอด เจ้าหน้าที่ก็ดันเลือดกลับเข้าร่างกายมาใหม่ และก็ดึงเลือดออกมาอีกครั้ง เมื่อไม่ออกอีกก็ดันเลือดเข้าร่างกายใหม่อีกครั้ง กว่าจะได้เลือดมาตรวจทำแบบนี้อยู่สามครั้ง ลองคิดดูเอาเถอะว่า จะเจ็บหรือไม่ ทำให้ตัวแม่เองเป็นโรคกลัวเจาะเลือดไปโดยปริยายจนถึงปัจจุบันนี้
กลับถึงบ้านมาบ่นกับพ่อลูก ไม่เอาแล้ว ขอเปลียนโรงพยาบาลเลย ขอไม่กลับมาคลอดที่นี่เด็ดขาด
เลยเลือกที่จะคลอดลูกที่โรงพยาบาลวิภาวดี ใกล้บ้าน และขอหมอมือหนึ่งของโรงพยาบาล ค่าคลอดแพงไม่เกี่ยง แต่ขอการดูแลอย่างดีเลิศ เพื่อลูกแม่ ต้องแข็งแรง สมบรูณ์
การดูแลจากคุณหมอดีมากทุกๆเรื่อง ตั้งยาบำรุง การดูแลตัวแม่เองต้องปฎิบัติตนอย่างไร เพื่อลูกที่อยู่ในท้อง อาหารประเภทที่สมควรทาน
จนกระทั่งมาถึงวันที่ 9 เมษายน เมื่อ 19 ปีที่แล้ว จำได้ว่าตัวเองนั่งทำงานอยุู่ที่อ๊อฟฟิต และกำลังเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินให้เจ้าหนี้ที่มาเก็บเงินพอดี นั่งอยู่เขียนอยู่ดีๆ ก็มีน้ำไหลเต็มเก้าอี้ แม่เองก็ตกใจ เออ.. น้ำอะไรหนอ ปวดฉิ่งฉ่องก็ไม่ปวด แต่น้ำนองเต็มพื้นเลย จนเจ้าหนี้ก็ตกใจตาม รีบบอกว่าให้ติดต่อโรงพยาบาลด่วน สงสัยจวนจะคลอดแล้ว อ็อฟฟิตเจ้าระหวั่นโกลาหล และเจ้าหนี้ก็บอกว่าจะมาเก็บเงินใหม่วันหลัง เอาคนจะคลอดส่งโรงพยาบาลก่อน ขับรถไปโรงพบาล ไม่ถึงสิบห้านาที ก็ตัวส่งตัวเข้าห้องคลอด
นางพยาบาลก็จัดการทำความสะอาดร่างกายแม่ เพื่อเตรียมคลอด และติดต่อหมอเจ้าของไข้มาด่วน
แม่นอนรอหมอ ตั้งแต่เช้า ตอน ณ.เวลานั้น ก็ยังไม่มีเจ็บท้องอะไร นางพยาบาลจะเข้ามาถามว่ารู้สึกอย่างไรทุกๆสิบห้านาที ปวดปัสสะวะ หรืออุจจาระไหม ไม่เลยทุกครั้งที่เข้ามาถาม นอนรอจวนเย็นประมาณ หกโมงเย็นได้ ก็เริ่มรู้สึกว่าเจ็บท้องครั้งแรกเป็นอย่างไร หนักหน่วงแบบไหน ปวดเหมือนใครเอาอะไรหนักๆมาที่ท้องน้อย และบางครั้งรู้สึกเหมือนมีใครมาบิดไส้ เจ็บปวดมาก ก็เกือบสองทุ่มเหมือนลูกจะไหลออกมาแล้ว
นางพยาบาลมาแจ้งว่า คุณหมอยังเดินทางมาไม่ถึงโรงพยาบาลเลย ใจเย็นๆนะคะคุณแม่ อดทนหน่อย
แม่นอนบิดตัวไปมาหลายสิบครั้ง เหมือนลูกเตรียมจะไหลมาเองได้ก็คงจะทำ ปวดรอกว่าคุณหมอกว่าจะมาทำคลอดก็เกือบสามทุ่ม และเมื่อได้ยินนางพยาบาลสั่งให้ตั้งขาหยั่งได้ คุณหมอเดินทางมาถึงแล้ว เหมือนเทวดามาช่วยให้ความเจ็บปวด ที่หนักแสนสาหัส นางพยาบาลสั่งให้เบ่ง และก็เบ่งคลอดลูก อยู่ครั้งคราว ด้วยความเป็นคุณแม่มือใหม่ ไม่เข้าใจหรอก ต้องทำอย่างไร นางพยาบาลต้องมากระซิบสอน กลั้นหายใจแบบไหน ออกแรงอย่างไร
เอ้าลองใหม่นะคะคุณหมอเริ่มออกคำสั่งบ้างแล้ว เอ้าเบ่งคะ เบ่ง ...จวนแล้วคุณแม่ หัวโผล่แล้ว
เบ่งอีกคะคุณแม่ เอ้า 1 2 เบ่ง คราวนี้เบ่งแรงๆเลยนะคะ แม่ก็เบ่งแรงสุดฤทธิ์สุดเดช
ก็มีเสียงดังๆ อุ้แว้ อุ้แว้... คุณหมอก็บอกว่า ยินดีด้วยนะคะคุณแม่ ลูกชายคะ แข็งแรงทุกประการ เดี๋ยวให้นางพยาบาลทำความสะอาดก่อนนะคะ เดี๋ยวจะให้มาเชยชมใบหน้า
แป็บเดียว ร่างกายตัวน้อยๆ มือเล็กเรียว ที่ห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูของโรงพยาบาลก็มาโชว์แค่ใบหน้าที่แดงที่มีเลือดฝาดระเรื่อ พร้อมกับนางพบาบาลแจ้ง ชื่อสกุล เวลาเกิดและเพศกับแม่ พร้อมกับแสดงความยินดี ก่อนที่จะส่งตัวลูกเข้าห้องเด็กและเข้าตู้อบ และเป็นวินาทีแรกที่เห็นใบหน้าลูกคนแรกของชีวิตความเป็นแม่มือใหม่ ความเป็นแม่เริ่มต้นแล้วตั้งแต่วินาทีนั้น และเวลาต่อมาแม่เองก็สลบไปเพราะฤทธิ์ยา
เช้าวันรุ่งขึ้นของวันใหม่ นางพยาบาลก็เข็นเตียงเด็ก มาให้มาอุ้ม เพื่อป้อนนมครั้งแรกของวันใหม่ ครั้งแรกที่อุ้มลูกเพื่อดูดนมแม่ ลูกแม่ช่างตัวน้อยไปหมด อ่อนปวกเปียก คออ่อน ลำตัวน้อยๆอ่อนไปหมด แม่ดูคงแก้งก้างไปหมด จนนางพยาบาลต้องสอน อุ้มแบบไหน ป้อนนมลูกแบบไหน เวลาลูกดูดนมจากอกแม่ครั้งแรกสึกว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์จริงๆ ความเป็นแม่ที่สมบรูณ์ก็เมื่อลูกดูดนมแม่ครั้งแรก
กลับมานึกถึงวันเก่าๆที่ผ่านมา 19 ปี เพิ่งได้มานั่งเขียนบันทึก ยังเป็นเวลาที่จดจำได้ดี ว่าความสุขที่มีลูกเป็นอย่างไร ขอบคุณพระเจ้าที่ส่งลูกที่น่ารักของแม่ แม่ภูมิใจที่เราทั้งคู่ได้มาเป็นแม่ลูกกัน
HaPPy BirthDaY to you
Love you all my heart
ชีวิตผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ผกผันจากคนที่ไม่เคยคิดจะต้องมาเริ่มต้น หรือค้นหาสิ่งใหม่ให้กับบั้นปลายชีวิตในต่างแดนประเทศสหรัฐอเมริกา ดินแดนที่แตกต่างทั้งวัฒนธรรม อาหารการกิน การอยู่ ดินแดนไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของเรา ต้องเสียสละทุกสิ่งที่เคยมี และต้องเริ่มเรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆจากศูนย์ ณ. เมือง Havertown Pennsylvania USA
Monday, April 9, 2012
Wednesday, April 4, 2012
Boscov's Card
Apr 4,12
เมื่อหลายวัน ได้ไปเที่ยวช็อบปิ้งกับมัมมี่ และพี่สาวเดบบี้ที่ Boscov's ซึ่งเป็นห้างเล็กๆ ที่ขายทั้งเฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า และอุปกรณ์สวย บรรยากาศเหมือนกับห้างเดอะมอลล์ บ้านเราได้มั้ง เป็นดูจะดีกว่ากันนิดหนึ่ง ที่เป็นต่างประเทศ มัมมี่ก็แนะนำให้สมัคร Boscov's incharge ฟังดูแรกๆก็งงเหมือนกันมันคืออะไร ไม่เข้าใจ มารู้เรื่องก็คือการ์ดเครดิตของห้างประเภทหนึ่ง เหมือนบ้านเราสมัครใช้ เซ็นทรัลการ์ด หรือ โลตัสการ์ด แต่ไม่สามารถไปใช้ที่อื่นได้ นอกจากซื้อของในห้างเท่านั้น
ขั้นตอนการสมัคร
ก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย บอกความจำนงค์ต้องการสมัครการ์ด พนักงานก็ให้เรากรอกแบบฟอร์ม กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวทั่วไป และเจ้าหน้าที่จะขอบัตรประกอบ เช่น บัตรใบขับขี่
แต่กรณีดายังไม่ได้รับ เลยบอกว่ายังไม่มี มีแต่กรีนการ์ดได้ไหม
เจ้าหน้าที่บอกว่าโอเค แต่ในแบบฟอร์มมีอยู่ช่องหนึ่งที่ต้องกรอก คือ รายได้ต่อเดือนที่ได้รับ แต่ดายังไม่มีรายได้อะไรเลย ก็ต้องเดินไปถามอีกว่า จะให้กรอกอย่างไรในเมื่อยังไม่มีรายได้ เป็นภรรยาเฝ้าบ้านอย่างเดียว และขอกรอกรายได้ของสามีได้ไหม
เจ้าหน้าที่ก็หายไปแป็บหนึ่ง ก็กลับมาบอกว่า ยินดีคะ กรอกใส่ไปได้
เมื่อเซ็นต์ชื่อกำกับที่แบบฟอร์ม เรียบร้อย ก็ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ไป
เจ้าหน้าที่ก็รับ และโทรติดต่อสำนักงานออฟฟิต เปิดเรื่องเครดิตให้ ได้ยินการสนทนาบ้าง ทางออฟฟิตจะสอบถามประวัติ และข้อมูลส่วนตัว และอื่นๆมากมาย ประมาณสิบนาทีได้ เจ้าหน้าที่ก็เดินมาแจ้งว่าเปิดเครดิตให้แล้วนะคะ ยินดีด้วยนะคะ ว่าดาได้รับ วงเงินเท่าไหร่ และแสดงความยินดี วันนี้ซื้อของเท่าไหร่ก็มีส่วนลดเพิ่มอีก 15% แถมยังไม่ต้องจ่ายเงิน ให้รอรับบัตรได้ที่บ้านนะคะ
หลังจากนั้น ไม่เกินสองสัปดาห์ ก็เห็นซองนี้มาถึงบ้าน
เมื่อหลายวัน ได้ไปเที่ยวช็อบปิ้งกับมัมมี่ และพี่สาวเดบบี้ที่ Boscov's ซึ่งเป็นห้างเล็กๆ ที่ขายทั้งเฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า และอุปกรณ์สวย บรรยากาศเหมือนกับห้างเดอะมอลล์ บ้านเราได้มั้ง เป็นดูจะดีกว่ากันนิดหนึ่ง ที่เป็นต่างประเทศ มัมมี่ก็แนะนำให้สมัคร Boscov's incharge ฟังดูแรกๆก็งงเหมือนกันมันคืออะไร ไม่เข้าใจ มารู้เรื่องก็คือการ์ดเครดิตของห้างประเภทหนึ่ง เหมือนบ้านเราสมัครใช้ เซ็นทรัลการ์ด หรือ โลตัสการ์ด แต่ไม่สามารถไปใช้ที่อื่นได้ นอกจากซื้อของในห้างเท่านั้น
ขั้นตอนการสมัคร
ก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย บอกความจำนงค์ต้องการสมัครการ์ด พนักงานก็ให้เรากรอกแบบฟอร์ม กรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวทั่วไป และเจ้าหน้าที่จะขอบัตรประกอบ เช่น บัตรใบขับขี่
แต่กรณีดายังไม่ได้รับ เลยบอกว่ายังไม่มี มีแต่กรีนการ์ดได้ไหม
เจ้าหน้าที่บอกว่าโอเค แต่ในแบบฟอร์มมีอยู่ช่องหนึ่งที่ต้องกรอก คือ รายได้ต่อเดือนที่ได้รับ แต่ดายังไม่มีรายได้อะไรเลย ก็ต้องเดินไปถามอีกว่า จะให้กรอกอย่างไรในเมื่อยังไม่มีรายได้ เป็นภรรยาเฝ้าบ้านอย่างเดียว และขอกรอกรายได้ของสามีได้ไหม
เจ้าหน้าที่ก็หายไปแป็บหนึ่ง ก็กลับมาบอกว่า ยินดีคะ กรอกใส่ไปได้
เมื่อเซ็นต์ชื่อกำกับที่แบบฟอร์ม เรียบร้อย ก็ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ไป
เจ้าหน้าที่ก็รับ และโทรติดต่อสำนักงานออฟฟิต เปิดเรื่องเครดิตให้ ได้ยินการสนทนาบ้าง ทางออฟฟิตจะสอบถามประวัติ และข้อมูลส่วนตัว และอื่นๆมากมาย ประมาณสิบนาทีได้ เจ้าหน้าที่ก็เดินมาแจ้งว่าเปิดเครดิตให้แล้วนะคะ ยินดีด้วยนะคะ ว่าดาได้รับ วงเงินเท่าไหร่ และแสดงความยินดี วันนี้ซื้อของเท่าไหร่ก็มีส่วนลดเพิ่มอีก 15% แถมยังไม่ต้องจ่ายเงิน ให้รอรับบัตรได้ที่บ้านนะคะ
หลังจากนั้น ไม่เกินสองสัปดาห์ ก็เห็นซองนี้มาถึงบ้าน
Tuesday, April 3, 2012
ค่ายอยากเป็นหมอฟัน ครั้งที่ 12
Apr 3,12
เมื่อสองวันก่อน เพิ่งจะได้คุยกับลูกสาว ถามสารทุกข์สุกดิบ กันไปเรื่อยๆ ตามประสา แม่ลูกคุยกัน และก็บังเอิญถามถึงเรื่องเข้าค่ายอยากเป็นหมอฟัน ครั้งที่ 12 ที่หมายกำหนดเดิมต้องเลื่อนการจัดค่ายที่ประสบน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้ว และเพิ่งมีหมายกำหนดการจัดค่ายใหม่เมื่อ 14 มีนาคม 2555 และเป็นที่รอคอยของน้องๆ ที่เฝ้ารอและใฝ่ฝันที่จะมีส่วนร่วมกับการเข้าค่ายอยากเป็นหมอฟัน และค่ายนี้ก็มีลูกสาวมีส่วนร่วมด้วย
ค่ายอยากเป็นหมอฟัน คือค่ายที่กลุ่มนิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันจัดตั้งขึ้นเพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเรียนการสอนทั้งใน ด้านทฤษฎีและปฏิบัติ (ทั้งกับคนไข้และแบบจำลองฟัน) รวมถึงบทบาท หน้าที่ และการทำงานของทันตแพทย์ที่สำเร็จการศึกษาแล้ว อีกทั้งยังมุ่งหวังเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างพี่น้องที่เข้าร่วมโครงการอีกด้วย
แม่ดาก็เพิ่งจะได้มีโอกาสสอบถาม การเข้าร่วมกิจกรรมค่ายอยากเป็นหมอฟัน ครั้งที่ 12 คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
ลูกสาวเล่าว่า ต้องเดินทางไปที่มหาวิทยาลัยจุฬาฯ จุดนัดพบที่คณะทันตะฯ(ใกล้กับศูนย์หนังสือจุฬาฯหรือ British Council) แต่เช้าเพื่อรายงานตัวก่อน และจะมีพี่หมอมาต้อนรับและแนะนำสถานที่ของคณะและร่วมทำกิจกรรมกับรุ่นพี่หมอฟัน ให้การต้อนรับอย่างดีและอบอุ่น มีกิจกรรมหลายอย่างที่ต้องทำ เช่น การทำน้ำยาบ้วนปาก การทำฟันปลอม การดัดฟัน ได้มีส่วนร่วมเข้าห้องปฏิบัติการจริงของคณะทันตะ และนอนค้างที่คณะสามวันสองคืน
ผลงานปฏิบัติการจริงของลูกสาว การทำฟันปลอม การกรอฟันและลวดดัดฟัน
ลูกสาวเล่าว่า กลับจากค่ายแล้วรู้สึกว่า มีแรงที่จะมุมานะอ่านหนังสือเพื่อสร้างฝันให้เป็นจริงต่อไป มีพลังที่จะช่วยขับเคลื่อน ตัวขยัน ให้ออกแรงสู้ และก็สู้ ไม่ให้มีตัวขี้เกียจมากกว่าตัวขยัน ลูกสาวบอกว่า ใช่ตัวตนของลูกเลย
ในฐานะแม่คนหนึ่ง ต้องขอขอบคุณกิจกรรมดีๆ ที่พี่หมอฟันทุกท่าน ร่วมแรงร่วมใจ ทำกิจกรรมดีๆ และถ่ายทอดความรู้ และสิ่งดีๆให้แก่รุ่นน้องต่อไป เพื่อสร้างฝัน และเทคนิคพิชิตฝันให้เป็นจริง ถึงแม้ว่า ความยากลำบาก ทุกวินาที ก็มีแรงที่จะผลักดัน เพื่ออนาคตของตัวลูกเอง..ขอให้พิชิตฝันให้สำเร็จ
ขอขอบคุณ พี่หมอฟันอีกครั้งนะคะสำหรับกิจกรรมดีๆที่มีคุณค่า
ปล.ต้องขอโทษสำหรับรูปภาพประกอบ มีน้อยมาก เนื่องจากไม่อนุญาติ นำกล้องเข้าค่ายได้
อัพเดทเพิ่มเติม:-(25-5-55)
แม่ดาได้คุยสอบบถามลูกเพิ่มเติม เพิ่งจะทราบว่าเข้าค่ายทันตะ ก็มีการเข้าไปดูห้องครูใหญ่ด้วย จะเน้นการดูเรื่องเส้นประสาทของโครงสร้างร่างกาย แม่นึกว่าหมอทันตะไม่ต้องเจอครูใหญ่ แต่กลับจะเจอเหมือนกัน ฟังแล้วตื่นเต้นจังเลย
แม่...ลูกทำอย่างไรถึงจะเข้าค่ายอยากเป็นหมอฟันได้
ลูก...ก็ติดตามจากประกาศรับสมัครเข้าค่าย และจากเฟทบุ็คก็มี ขั้นตอนก็โหลดใบสมัครจากอินเตอร์เน็ต
แม่... กรอกใบสมัครยากไหม
ลูก...คำถามมีหลายแบบ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบบรรยาย ความคิดเห็นและความรู้สึก
แม่...ฟังดูแล้วยากจังนะ
ลูก...ก็ยากเหมือนกันนะแม่ แต่พยายามเขียนตอบคำถามให้ดี เหมือนกับรุ่นพี่หมอชอบพิจารณาเกณท์ที่เป็นคนดี และมีแนวคิดแบบเจ๋งๆนะแม่
แม่...นั้นก็ต้องเขียนใบสมัครแบบมีแนวคิดที่สร้างด้วยใช่ไหม
ลูก...ก็ประมาณนั้นละแม่
แม่...นานไหมที่จะรู้ผลประกาศเข้าค่าย
ลูก...ก็ตามเกณท์หมายกำหนดการนะแม่ และจะมีพี่หมอโทรมาแจ้งด้วยว่าเราติดเข้าค่ายหมอ และก็แจ้งสอบถามว่าเราสะดวกไหม กับวันที่ที่จัดกิจกรรมเข้าค่าย ก็ตอบแบบว่าสะดวกคะ ไม่มีปัญหา เดินทางมาร่วมกิจกรรมได้
แม่...และรับเข้าค่ายทั้งหมดกี่คน
ลูก...ประมาณร้อยกว่าคน จากทั่วประเทศนะแม่
แม่...อย่างนี้เพื่อนๆก็เยอะสิ คู่แข่งขันเพียบเลย
ลูก...ประมาณนั้นนะแม่
สรุปแล้ว
1.โหลดใบสมัครเข้าค่ายจากเวปไซด์คณะทันตะแพทย์ หรือจากเฟทบุ๊ค ค่ายอยากเป็นหมอฟัน
2.กรอกใบสมัคร พยามเขียนและตอบคำถามที่มีหลักการณ์ และแนวคิดแบบเจ๋ง และส่งใบสมัครตามวันที่กำหนด
3.รอฟังผลประกาศ ถ้าได้รับการคัดเลือก ก็ชะรำเงินเข้าค่ายเพื่อเป็นการลงทะเบียนยืนยันตอบรับการเข้าค่ายอยากเป็นหมอฟัน
เมื่อสองวันก่อน เพิ่งจะได้คุยกับลูกสาว ถามสารทุกข์สุกดิบ กันไปเรื่อยๆ ตามประสา แม่ลูกคุยกัน และก็บังเอิญถามถึงเรื่องเข้าค่ายอยากเป็นหมอฟัน ครั้งที่ 12 ที่หมายกำหนดเดิมต้องเลื่อนการจัดค่ายที่ประสบน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่แล้ว และเพิ่งมีหมายกำหนดการจัดค่ายใหม่เมื่อ 14 มีนาคม 2555 และเป็นที่รอคอยของน้องๆ ที่เฝ้ารอและใฝ่ฝันที่จะมีส่วนร่วมกับการเข้าค่ายอยากเป็นหมอฟัน และค่ายนี้ก็มีลูกสาวมีส่วนร่วมด้วย
ค่ายอยากเป็นหมอฟัน คือค่ายที่กลุ่มนิสิตคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันจัดตั้งขึ้นเพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเรียนการสอนทั้งใน ด้านทฤษฎีและปฏิบัติ (ทั้งกับคนไข้และแบบจำลองฟัน) รวมถึงบทบาท หน้าที่ และการทำงานของทันตแพทย์ที่สำเร็จการศึกษาแล้ว อีกทั้งยังมุ่งหวังเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างพี่น้องที่เข้าร่วมโครงการอีกด้วย
แม่ดาก็เพิ่งจะได้มีโอกาสสอบถาม การเข้าร่วมกิจกรรมค่ายอยากเป็นหมอฟัน ครั้งที่ 12 คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
ลูกสาวเล่าว่า ต้องเดินทางไปที่มหาวิทยาลัยจุฬาฯ จุดนัดพบที่คณะทันตะฯ(ใกล้กับศูนย์หนังสือจุฬาฯหรือ British Council) แต่เช้าเพื่อรายงานตัวก่อน และจะมีพี่หมอมาต้อนรับและแนะนำสถานที่ของคณะและร่วมทำกิจกรรมกับรุ่นพี่หมอฟัน ให้การต้อนรับอย่างดีและอบอุ่น มีกิจกรรมหลายอย่างที่ต้องทำ เช่น การทำน้ำยาบ้วนปาก การทำฟันปลอม การดัดฟัน ได้มีส่วนร่วมเข้าห้องปฏิบัติการจริงของคณะทันตะ และนอนค้างที่คณะสามวันสองคืน
ผลงานปฏิบัติการจริงของลูกสาว การทำฟันปลอม การกรอฟันและลวดดัดฟัน
การกรอฟัน
เสร็จเอามากรอชื่อตัวเองเล่นต่อ
การทำน้ำยาบ้วนปาก
ลูกสาวในห้องปฏิบัติการ
ถูกตรวจสุขภาพฟัน โดยพี่หมอฟัน
เพื่่อนๆ เข้าค่ายและพี่หมอฟัน
ลูกสาวเล่าว่า กลับจากค่ายแล้วรู้สึกว่า มีแรงที่จะมุมานะอ่านหนังสือเพื่อสร้างฝันให้เป็นจริงต่อไป มีพลังที่จะช่วยขับเคลื่อน ตัวขยัน ให้ออกแรงสู้ และก็สู้ ไม่ให้มีตัวขี้เกียจมากกว่าตัวขยัน ลูกสาวบอกว่า ใช่ตัวตนของลูกเลย
ในฐานะแม่คนหนึ่ง ต้องขอขอบคุณกิจกรรมดีๆ ที่พี่หมอฟันทุกท่าน ร่วมแรงร่วมใจ ทำกิจกรรมดีๆ และถ่ายทอดความรู้ และสิ่งดีๆให้แก่รุ่นน้องต่อไป เพื่อสร้างฝัน และเทคนิคพิชิตฝันให้เป็นจริง ถึงแม้ว่า ความยากลำบาก ทุกวินาที ก็มีแรงที่จะผลักดัน เพื่ออนาคตของตัวลูกเอง..ขอให้พิชิตฝันให้สำเร็จ
ขอขอบคุณ พี่หมอฟันอีกครั้งนะคะสำหรับกิจกรรมดีๆที่มีคุณค่า
ปล.ต้องขอโทษสำหรับรูปภาพประกอบ มีน้อยมาก เนื่องจากไม่อนุญาติ นำกล้องเข้าค่ายได้
อัพเดทเพิ่มเติม:-(25-5-55)
แม่ดาได้คุยสอบบถามลูกเพิ่มเติม เพิ่งจะทราบว่าเข้าค่ายทันตะ ก็มีการเข้าไปดูห้องครูใหญ่ด้วย จะเน้นการดูเรื่องเส้นประสาทของโครงสร้างร่างกาย แม่นึกว่าหมอทันตะไม่ต้องเจอครูใหญ่ แต่กลับจะเจอเหมือนกัน ฟังแล้วตื่นเต้นจังเลย
แม่...ลูกทำอย่างไรถึงจะเข้าค่ายอยากเป็นหมอฟันได้
ลูก...ก็ติดตามจากประกาศรับสมัครเข้าค่าย และจากเฟทบุ็คก็มี ขั้นตอนก็โหลดใบสมัครจากอินเตอร์เน็ต
แม่... กรอกใบสมัครยากไหม
ลูก...คำถามมีหลายแบบ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบบรรยาย ความคิดเห็นและความรู้สึก
แม่...ฟังดูแล้วยากจังนะ
ลูก...ก็ยากเหมือนกันนะแม่ แต่พยายามเขียนตอบคำถามให้ดี เหมือนกับรุ่นพี่หมอชอบพิจารณาเกณท์ที่เป็นคนดี และมีแนวคิดแบบเจ๋งๆนะแม่
แม่...นั้นก็ต้องเขียนใบสมัครแบบมีแนวคิดที่สร้างด้วยใช่ไหม
ลูก...ก็ประมาณนั้นละแม่
แม่...นานไหมที่จะรู้ผลประกาศเข้าค่าย
ลูก...ก็ตามเกณท์หมายกำหนดการนะแม่ และจะมีพี่หมอโทรมาแจ้งด้วยว่าเราติดเข้าค่ายหมอ และก็แจ้งสอบถามว่าเราสะดวกไหม กับวันที่ที่จัดกิจกรรมเข้าค่าย ก็ตอบแบบว่าสะดวกคะ ไม่มีปัญหา เดินทางมาร่วมกิจกรรมได้
แม่...และรับเข้าค่ายทั้งหมดกี่คน
ลูก...ประมาณร้อยกว่าคน จากทั่วประเทศนะแม่
แม่...อย่างนี้เพื่อนๆก็เยอะสิ คู่แข่งขันเพียบเลย
ลูก...ประมาณนั้นนะแม่
สรุปแล้ว
1.โหลดใบสมัครเข้าค่ายจากเวปไซด์คณะทันตะแพทย์ หรือจากเฟทบุ๊ค ค่ายอยากเป็นหมอฟัน
2.กรอกใบสมัคร พยามเขียนและตอบคำถามที่มีหลักการณ์ และแนวคิดแบบเจ๋ง และส่งใบสมัครตามวันที่กำหนด
3.รอฟังผลประกาศ ถ้าได้รับการคัดเลือก ก็ชะรำเงินเข้าค่ายเพื่อเป็นการลงทะเบียนยืนยันตอบรับการเข้าค่ายอยากเป็นหมอฟัน
Subscribe to:
Posts (Atom)
- DaDaLove
- ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษ ยังมีโมหะ โทสะ โลภ โกรธและหลง เหมือนกับคนอื่นๆ แต่ทุกลมหายใจ ณ.เวลานี้ มีแต่วันนี้และพรุ่งนี้ คิดดี ทำดี และเป็นกัลยาณมิตรที่ดี สร้างกุศลให้ลูกหลาน