Wednesday, June 27, 2012

Phillies Baseball Game

June21,12
เมื่อเข้าช่วงฤดูร้อน ทางเมืองดาก็เข้าช่วงฤดูการแข่งขันเบสบอล และทีม Phillies ก็เป็นทีมประจำรัฐ Pennsylvania ประชาชนที่นี่จะนิยมกันมากกับกีฬาประเภทนี้ ถ้าไปอังกฤษก็จะเป็นฟุตบอลยูโร และที่ไทยก็ฟุตบอล

แม็ทก็อยากจะพาไปดูการแข่งขันพอดีวันนี้ ทีม Phillies แข่งขันกับทีม Colorado Rockies
ก็รีบจัดการโทรศัพท์ซื้อตั๋วจองที่นั่ง การซื้อตั๋วก็ทำได้ทั้งการซื้อออนไลน์และทางโทรศัพท์

ประเภทตั๋ว
มีราคา 65$ ติดขอบสนามด้านหน้า
ราคา  38$ ติดขอบสนามด้านโฮมรันหรือใต้สกอร์ด
ราคา 19$  ตั๋วเข้าไปยืนชมอย่างเดียว

คราวนี้ดาให้แม็ทจองแค่ราคากลางๆพอ เพราะตั้งใจไปเดินเล่นมากกว่าดูเกม เพราะก็ยังเป็นผู้ชมที่ดี ดูอย่างเดียว ยังไม่มีความรู้กติกากับเบสบอลเพิ่มเติม

ได้เวลาก็ออกเดินทางไปสนาม สามารถเอารถจอดที่ลานจอดรถได้ ค่าจอดรถ 15$ จอดได้ตลอดเกมจบการแข่งขัน  หาสัญลักษณ์ที่จอดรถ เวลากลับมาเอารถจะได้หาง่าย เพราะคราวที่มาหารถกว่าจะเจอนานมาก ได้แล้วรูปนี้ละคะ



 คนพาเที่ยว และฝ่ายสนับสนุนสปอนเซอร์ทัวร์ทริบนี้คะ กระติ๊กน้ำเปล่า และไวน์ (ในสนามก็มีจำหน่ายนะคะ แต่ราคาไม่ต้องพูดถึง น้ำเปล่าขวดละ 4$ เองละ และไวน์จะแก้วเท่าใด)


ทางเข้าสนาม


เข้าสนามเสร็จก็เจอ ร้านขายของที่ระลึกเลย ก็เก็บก่อนเดินหาที่นั่ง



ที่นั่งใต้ภาพนี้เลย ติดขอบสนาม ไม่แน่ใจว่ามารับตั๋วก่อนหรือเปล่าถึงได้ด้านหน้าสุด ถือว่าที่นั่งที่ดีมาก


และได้เวลาเดินก่อนจะเริ่มการแข่งขัน
สนามยังว่างอยู่


ผู้ชมเริ่มเดินเข้าสนามแบบไม่ขาดสาย


จากมุมกว้าง


ช่างภาพประจำสนาม


ภาพดาราประจำสนาม


แป็บเดียวเองเริ่มแน่นสนาม


ร้านอาหารรอบๆสนาม


คู่นี้มาถ่ายที่ด้านหน้าเลยขอถ่ายภาพหน่อย


ซ้อมก่อนเริ่มแข่งขัน


เปิดการแข่งขันแล้ว


เริ่มแข่งขันขันแล้ว ผู้แข่งเบอร์นี้อยู่ใกล้สุด





 แฟนคลับ


เชียร์แบบมันส์


 ออกกล้องอยู่ด้านเราพอดี


แฟนคลับที่รวยที่สุด ใส่แหวนเพชรครบสิบนิ้ว



ดูจนเกือบจบเกม แม็ทก็ชวนกลับบ้านก่อน เพราะเลี่ยงรถติด และฟังผลการแข่งขันทางวิทยุเอา



สรุปการแข่งขันวันนี้ทีม Phillies แพ้คะ



Monday, June 25, 2012

Cape May Bed&Breakfast

June 19,12
พยากรณ์อากาศทางทีวี บอกว่าวันนี้อากาศดี ไม่มีฝน แต่พรุ่งนี้อากาศจะร้อนจัดมาก ได้ยินอย่างนี้ก็นึกถึงทะเลขึ้นมาตะหงิด ว่าแล้วก็ชวนแม็ทไปเที่ยวทะเล Cape May กัน ไปนอนค้างคืนสักคืน ง่ายๆสบาย ไม่มีการจองห้องอะไรล่วงหน้าทั้งนั้น แม็ทบอกว่า ห้องไม่เต็มหรอก ดาก็อยากจะให้โทรจองห้องล่วงหน้า แต่แม็ทก็ไม่ยอมบอกว่าแต่ว่า ไม่ต้องกังวล  ดาก็ว่าตามแล้วกัน ยกให้แม็ทเป็นลีดเดอร์ตัดสินใจทั้งหมดทุกเรื่อง ดาขอเป็นผู้ตามทัวร์ดีกว่า

ร้องเพลงฮัมเสียง...เก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ไปเที่ยวละนะ...
ชุดว่ายน้ำและเกี้าอี้ขึ้นรถ ตรวจสอบก่อนล้อหมุน...

ขับรถออกจากบ้าน 9.30 แม็ทใช้เส้น Back Way เพื่ออยากจะให้เห็นถนนที่คันทรี่ ฟาร์มต่างๆ ใช้เวลาขับเกือบสามชั่วโมง ก็เข้าเขต Cape May

แหมและก็หลงทางเข้ามาอีกทาง
ความโชคดีย่อมอยู่บนความโชคร้าย เจอร้านที่อยากทานแบบบังเอิญ  ขอแม็ทจอดทานกลางวันที่นี่เลย


Soft Shell Crab


Osyter with Spinich



ท้องอิ่ม ก็ได้เวลาเดินทางต่อ เพื่อหาที่พักนอนคืนนี้ก่อน แม็ทขับวนรอบเมืองหลายรอบ วนไปวนมา ไม่ยอมตัดสินใจสักทีว่าจะนอนที่ไหน  


ว่าจะไม่ยุ่งอะไรแล้ว ก็ต้องยุ่งอีก นำเสนอให้แม็ทจอดแวะถามห้องว่างและราคาก่อน และชอบทำเลมากน้อยแค่ไหน เปรียบเทียบกันและค่อยตัดสินใจว่าจะพักที่ไหน
 แม็ทแวะถามที่
The Mason Cottage  Bed & Breakfast + ABF 105$  ไม่มีสระว่ายน้ำ แต่มีที่นั่งระเบียงนิดหน่อย ไกลทะเล
The Victoria Bed & Breakfast  + ABF 245$  ไม่มีสระว่ายน้ำ มีแต่ที่นั่งระเบียงและใกล้ชายทะเลหน่อย
The Inn Cape +ABF  205$  มีสระว่ายน้ำ และติดชายทะเล ไม่คิดนาน ดาขอเลือกพักที่นี่ สะดวกต่อกิจกรรมที่ต้องการจะทำบ้าง

สถานที่เก่าแก่ แต่ปรับปรุงใหม่ บรรยากาศดีใช้ได้ ที่สำคัญผ้าเช็ดตัวหอมสะอาดมาก


และได้เวลาเดินเที่ยวชายทะเล เก็บภาพ






เดินเล่นเสร็จก็ได้เวลาอาหารเย็น กลับมาอาบน้ำแต่งตัวทานดินเนอร์ดีกว่า
แขกเต็มห้องอาหารเลย จองโต๊ะ กว่าจะได้ต้องรอนานเกือบ 30 นาที


ท้องอิ่มเรียบร้อยก็ได้เวลาท่องราตรี เดินย่อยอาหาร เก็บเกี่ยวบรรยากาศยามค่ำคืน


เห็นสาวๆฝรั่งร้านนี้เยอะมาก อดใจไม่ไหว กินตามบ้าง อร่อยสุดๆๆ ไม่ผิดหวังที่ซื้อตาม


เดินเล่นจนดึกและเหนื่อยกลับที่พักดีกว่า

อาหารเช้าก็มาถึง เราสองคนทานที่โรงแรม ที่นี่ไม่มีเป็นบุฟเฟ่ห์เหมือนที่อื่น ใช้สั่งตามเมนู สั่งได้ทุกอย่างที่ต้องการจะทาน และบัตร Vochur มีมูลค่า คนละ 11$ สรุปถ้าสั่งเกินก็จ่ายที่เกินเพิ่มเติม


จัดหนัก วาฟเฟิลไส้ผลไม้สามชิ้นใหญ่ แฮม และไส้กรอก กาแฟ และน้ำส้ม อาหารเช้าอเมริกันแท้ๆ


กินอิ่มก็ได้เวลาเดินเล่นชายทะเล รอเวลาสระว่ายน้ำเปิด



ทะเลยามเช้า แดดไม่จัด เสียที่ท้องฟ้ายังเป็นสีเทา



เห็นฝรั่งด้านข้างถอดชุดออกและเดินทะเล นั้นขอตามบ้างแอบเขิลหน่อยๆ อยากจะลงเล่นทะเลบ้าง



อยู่ชายทะเลได้ไม่นานแม็ทบอกว่าทะเลเริ่มร้อนให้กลับที่พัก ไปต่อสระว่ายน้ำแช่ตัวให้สบายดับร้อน
ได้เวลาออกเดินทางกลับบ้าน


แวะมาถ่ายภาพและมองวิวทะเล





Friday, June 22, 2012

Amish Village

June 18,12
เมืองที่ดาอยู่เป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับเมือง Lancaster ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับ Amish หากจะเล่าถึงชนโบราณที่ยังมีชีวิตกลุ่มนี้ คงต้องย้อนอดีตไปนานถึงศตวรรษที่ 15 ในสวิตเซอร์แลนด์และเนเธอร์แลนด์ มีชนชาวคริสเตียนกลุ่มหนึ่งแยกตนออกมาจากกลุ่มชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเนื่องจากไม่พอใจที่ถูกบังคับให้เลือกในการ "เป็น"หรือ "ไม่เป็น" คาทอลิก


ดังนั้น จึงเกิดชนชาวคริสเตียนกลุ่มใหม่แยกตัวออกมาและเรียกตนเองว่า อนาแบปติสต์ (Anabaptists)ในช่วงเวลานั้น กลุ่มอนาแบปติสต์ถูกต่อต้านและรุกรานอย่างรุนแรงจากกลุ่มผู้นับถือคาทอลิก บ้างถูกเผาทั้งเป็นหรือจับมาทรมาน จึงทำให้อนาแบปติสต์หาทางหนีไปสู่ดินแดนอื่นเพื่ออิสรภาพในความเชื่อของตน และแตกออกเป็นสามกลุ่ม คือ Amish, Mennonites และ Hutterites


ทั้งสามกลุ่มเดินทางมาสู่โลกใหม่ หรือ อเมริกาในช่วงศตวรรษที่ 16 โดย Amishไปฝังรกรากเป็นชุมชนใหญ่อยู่ในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยเฉพาะเมือง Lancaster ซึ่งที่นั่นคือ ชุมชน Amishที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา นอกจากนี้ Amish ยังกระจายตัวอยู่ในรัฐต่างๆ ทางตอนเหนือของประเทศและ เขตมิตเวสต์ รวมทั้งรัฐอินเดียน่าและโอไฮโอด้วย


ดาขับรถจากบ้านเดินทางมาเมืองนี้ใช้เวลาเดินทางประมาณสองชั่วโมงได้ เมื่อเริ่มเข้าเขตเมือง Lancaster ก็ได้พบรถม้าที่มีคนขับไว้เครายาวและสวมหมวกทรงสูงขับสวนมาเป็นระยะ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องแสดงความสุภาพต่อชนกลุ่มนั้น เพราะพวกเขาคือ Amish กลุ่มชนแห่งโลกเก่า และห้ามเด็ดขาดที่จะยกกล้องขึ้นถ่ายรูป เนื่องเพราะขัดต่อความเชื่อของชาวอามิชอย่างรุนแรง ดังนั้น

หากต้องการจะบันทึกภาพ สามารถทำได้จากเพียงด้านหลังรถม้าเท่านั้น


แต่หยิบกล้องบันทึกไม่ทัน เลยเสียภาพเด็ดๆ ไป และเราก็ขอเคารพสิทธ์ ที่ห้ามเช่นนี้ด้วย


เลยตัดสินใจมาเที่ยวที่นี่เลยดีกว่า Amish Village  โดยเสียค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ คนละ 8.50$ ราคาผู้ใหญ่ และเด็กก็มีราคาเด็กด้วย แถมมีไกด์แนะนำสถานที่พร้อมเล่าประวัติความเป็นมาของชนเผ่า Amish


Amish Village


บรรยากาศในกิ๊ฟช็อบ รอสมาชิกทัวร์ งานส่วนใหญ่เป็นงานแฮนเมดทุกชิ้น


ที่แขวนผนังเป็นชุดสาวๆ สัญลักษณ์


ตุ๊กตาผ้า


 บ้านนก ถ้วยกาแฟ


ของตกแต่งบ้าน


เมื่อจำนวนสมาชิกมากพอสมควร ไกด์ก็นำพาชมสถานที่พร้อมกับเล่าประวัติความเป็นมาต่างๆ


สมาชิกกลุ่ม มีทั้งเด็กๆครอบครัวหนึ่ง ชาวเกาหลีฮันนีมูนหนึ่งคู่ และฝรั่งสองสามีภรรยาอีกหนึ่งคู่


อุปปกรณ์ตัดเยบเสื้อผ้า จักร Singer เก๋ากิกชิ้นนี้


 เตารีดผ้ารุ่นนี้ ปัจจุบัน ยังเป็นที่นิยมใช้อยู่ของ Amish


ห้องนอน ที่ตกแต่งโล่งๆ โดยปราศจากตู้เสื้อผ้า นิยมตกแต่งสิ่งของที่จำเป็นเท่านั้น


ไกด์เล่าประเภทเสื้อผ้าและรองเท้า ที่ระบุความแตกต่างกัน แสดงออกที่เป็นสัญลักษณ์ ว่าเป็นโสด หรือว่า แต่ง หรือว่าอายุเท่าใดได้

หมวก ที่มีขอบก็แสดงว่าชายหนุ่มท่านนี้แต่งงานแล้ว   ไร้ขอบแสดงว่าเป็นเด็ก

ชายจะไว้เครายาว แต่ไม่ไว้หนวด ทั้งนี้เป็นสัญลักษณ์ของความรัก สันโดษโดยแท้ และถ้าไว้เคราก็จะเป็นหนุ่มที่แต่งงานแล้วเท่านั้น ส่วนโสดก็จะไม่ไว้เครากัน

ส่วนทรงผม ทุกคนจะไว้ทรงเดียวกันทั้งหมด คือทรงกะลาครอบ ทั้งแก่ หนุ่มและเด็ก แตกต่างที่สวมหมวกเท่านั้น

เครื่องแต่งกายสาวๆก็แยกประเภทตามอายุ และธุระที่ต้องออกนอกบ้าน ถ้าเสื่อคลุมสีขาวแสดงว่าโสด แต่ถ้าเป็นแบบชุดดำทั้งตัวและเสื้อม่วงเข้มแสดงว่าแต่งงานแล้ว

เครื่องแต่งกายทั้งชาย หญิง ไม่นิยมใส่ซิบ ทุกชิ้นงานเป็นแบบกระดุม ปรับระดับความอ้วนผอมกันไป

ทีฟังข้อดีของ Amish คือ No divorce

เตียงนอนเด็กอ่อน


แอบถ่ายก่อนออกจากห้อง


อุปกรณห้องครัว

เตาหุงหาอาหาร


ที่ซักผ้าด้วยมือ


วิธีตากผ้า ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Amish


เก็บภาพก่อนจบทัวร์
.

 อาชีพเกษตรกรรม เลี้ยงสัตว์ มีครบทุกอย่าง ตั้งแต่ม้า หมู ไก่ วัว แกะ แต่เก็บภาพมาไม่ครบทุกอย่าง




ขอนั่งเป็นนางแบบหน่อยคะ ตากล้องถ่ายภาพไม่ได้ดีเลยสักภาพ


สัญลักษณ์ โรงรถ


 
ภาพนี้ระหว่างทางก่อนกลับบ้าน เจอขอแอบถ่ายด้านหลัง ไม่กล้าถ่ายด้านหน้า


My photo
ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษ ยังมีโมหะ โทสะ โลภ โกรธและหลง เหมือนกับคนอื่นๆ แต่ทุกลมหายใจ ณ.เวลานี้ มีแต่วันนี้และพรุ่งนี้ คิดดี ทำดี และเป็นกัลยาณมิตรที่ดี สร้างกุศลให้ลูกหลาน